โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมของ คริสตัล พาเลซ ออกมาแสดงความพอใจต่อผลงานของลูกทีม แม้ว่าสุดท้ายจะต้องยุติเส้นทางในศึกคาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ หลังแพ้ อาร์เซนอล ในการดวลจุดโทษ โดยย้ำว่าฟอร์มการเล่นในครึ่งหลังคือสิ่งที่สะท้อนคาแร็กเตอร์และพัฒนาการของทีมได้อย่างชัดเจน
กุนซือชาวออสเตรียเผยว่า ครึ่งแรกพาเลซอาจเป็นรองในแง่การครองเกมและจังหวะการเล่น แต่หลังพักครึ่งทีมมีการปรับแท็กติกและทัศนคติในสนามอย่างเห็นได้ชัด นักเตะเล่นด้วยความกล้าหาญมากขึ้น กล้าเพรสซิ่งสูง และกล้าเล่นเกมรุกมากกว่าเดิม จนสามารถยกระดับรูปเกมให้สูสีกับเจ้าถิ่นได้
แม้จะเสียประตูขึ้นนำก่อน แต่พาเลซไม่เสียสมาธิและยังคงเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ จนสามารถหาจังหวะทำประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม พาทีมลากการแข่งขันไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และสุดท้ายต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษที่เต็มไปด้วยความกดดัน ซึ่งผู้เล่นทั้งสองฝ่ายต่างแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำและความนิ่งทางจิตใจ
กลาสเนอร์ยังกล่าวชื่นชมผลงานของผู้รักษาประตูและแนวรับ ที่ช่วยให้ทีมยังคงอยู่ในเกมจนถึงช่วงสุดท้าย พร้อมยอมรับว่าการมาเยือนเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ไม่ใช่งานง่าย แต่สิ่งที่เขาได้เห็นคือสปิริต ความมุ่งมั่น และการตอบสนองเชิงบวกของลูกทีมหลังตกเป็นรอง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมากกว่าผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว
เฮดโค้ชพาเลซทิ้งท้ายว่า แม้การตกรอบจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ฟอร์มในครึ่งหลังและวิธีที่ทีมรับมือกับสถานการณ์กดดัน จะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการเดินหน้าลุยโปรแกรมพรีเมียร์ลีกที่รออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ต้องเจอกับโปรแกรมการแข่งขันที่หนักและถี่
ผลงานในเกมนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณบวกของคริสตัล พาเลซ ที่กำลังสร้างทีมให้มีความแข็งแกร่งทั้งในแง่แท็กติกและสภาพจิตใจ พร้อมต่อยอดความมั่นใจสู่เกมลีกนัดต่อไป แม้จะต้องอำลาถ้วยคาราบาว คัพ ไปก็ตาม
