การแข่งขันฟุตบอลแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ สร้างความตื่นเต้นเร้าใจอย่างถึงที่สุด เมื่อทีมชาติไอวอรี่โคสต์แสดงหัวใจนักสู้ ไล่แซงเอาชนะทีมชาติกาบองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3–2 คว้าแชมป์กลุ่มไปครองแบบดราม่า ทั้งที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังถึงสองประตูตั้งแต่ครึ่งแรก
เกมนี้ไอวอรี่โคสต์ที่การันตีผ่านเข้ารอบแล้ว มีการปรับทัพบางตำแหน่งเพื่อพักแกนหลัก แต่ยังคงส่งผู้เล่นประสบการณ์สูงลงประคองทีม ขณะที่กาบองซึ่งไม่มีลุ้นเข้ารอบ เล่นด้วยความมุ่งมั่นและไร้ความกดดันตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม
เริ่มเกมได้ไม่นาน กาบองอาศัยจังหวะโต้กลับที่รวดเร็วและเฉียบคม ขึ้นนำก่อน 1–0 จากการจบสกอร์อย่างเด็ดขาด ก่อนจะฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในแนวรับของไอวอรี่โคสต์ บวกประตูที่สองหนีห่างเป็น 2–0 ทำให้รูปเกมช่วงต้นเป็นของกาบองอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ไอวอรี่โคสต์ค่อยๆ ตั้งเกมได้ และมาได้ประตูสำคัญในช่วงท้ายครึ่งแรกจากการเข้าทำที่แม่นยำ ช่วยลดช่องว่างเหลือ 1–2 ก่อนจบ 45 นาทีแรก ประตูนี้เปลี่ยนโมเมนตัมของเกมและเติมความมั่นใจให้ทีมอย่างมาก
เข้าสู่ครึ่งหลัง ไอวอรี่โคสต์ครองบอลบุกกดดันต่อเนื่อง ขณะที่กาบองถอยลงไปตั้งรับลึกและหวังปิดเกมด้วยสกอร์ที่มีอยู่ เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยชัยชนะของกาบอง แต่ความพยายามไม่ยอมแพ้ของช้างดำก็สัมฤทธิ์ผล ในนาทีที่ 84 ตัวสำรองยิงประตูตีเสมอ 2–2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องในสนาม
ความตื่นเต้นยังไม่จบแค่นั้น ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ไอวอรี่โคสต์เดินหน้าบุกเต็มกำลัง และมาได้ประตูชัยจากจังหวะลูกกลางอากาศที่จบสกอร์อย่างเด็ดขาด ส่งบอลซุกก้นตาข่าย กลายเป็นประตูแซงนำ 3–2 ในช่วงเวลาสุดท้ายของเกม
จบการแข่งขัน ไอวอรี่โคสต์เก็บสามแต้มสำคัญ ทำให้มีคะแนนรวมเท่ากับทีมอันดับสอง แต่มีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า คว้าแชมป์กลุ่ม เอฟ ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนกาบองแม้จะพ่ายแพ้ แต่ก็ได้รับคำชื่นชมจากผลงานอันยอดเยี่ยมในเกมนี้
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงยืนยันศักยภาพและสปิริตของไอวอรี่โคสต์เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำเสน่ห์ของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ที่ทุกวินาทีสามารถเปลี่ยนชะตาเกมได้ และทำให้เส้นทางในรอบน็อกเอาต์ของพวกเขาน่าจับตามองอย่างยิ่งต่อไป
