ซัตตันชี้ อาร์เซนอลได้ประโยชน์สุดเมื่อมาดูเอเก้โชว์ฟอร์มเด่น เกมบุกถล่มคลับบรูช

อดีตกองหน้าชื่อดัง คริส ซัตตัน ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่าการที่ อาร์เซนอล ลงทุนคว้าตัว โนนี่ มาดูเอเก้ มาเสริมทัพนั้นสร้างผลดีอย่างมากทั้งต่อทีมและส่งผลโดยตรงต่อคู่แข่งอย่างเชลซี หลังเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ “ปืนใหญ่” บุกไปเอาชนะ คลับ บรูช ด้วยสกอร์ 3-0 โดยมาดูเอเก้เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเกมนี้ด้วยผลงาน 2 ประตูที่ช่วยตอกย้ำศักยภาพของแข้งวัย 23 ปีอย่างสุดยอด

ซัตตันระบุว่ามาดูเอเก้ไม่ได้แค่ทำประตู แต่มีส่วนร่วมและเคลื่อนไหวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับทีมตลอดทั้งเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่โค้ช มิเกล อาร์เตต้า ต้องการในช่วงที่ต้องเผชิญกับปัญหานักเตะบาดเจ็บในตำแหน่งอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ในแนวรุก อาร์เซนอลมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทำให้การจัดตัวผู้เล่นและการปรับใช้แท็กติกในแต่ละเกมเป็นไปได้อย่างยืดหยุ่นขึ้น

อดีตดาวยิงรายนี้ย้ำว่าการเซ็นสัญญาคว้ามาดูเอเก้เข้ามานั้นเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะที่ผ่านมาเขาเคยประเมินว่าแข้งรายนี้อาจยังไม่สามารถแสดงศักยภาพเต็มที่ แต่หลังจากกลับมาจากอาการบาดเจ็บ มาดูเอเก้สามารถพิสูจน์ตัวเองได้อย่างชัดเจน และยังสามารถเล่นร่วมกับ บูกาโย่ ซาก้า ทางฝั่งขวาได้อย่างลงตัว โดยการปรับใช้ตำแหน่งและบทบาทของเขายังช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับแนวรุกของทีม

ในเกมกับคลับ บรูช มาดูเอเก้เป็นภัยคุกคามต่อแนวรับฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นคนที่ชอบตัดเข้าหาด้านในและเลือกยิงประตู ซึ่งหนึ่งในประตูของเขามาจากการวิ่งตัดเข้ามาแล้วยิงเต็มแรงไปที่เสาไกลจนเป็นประตูที่ปิดเกมให้กับทีมได้อย่างเด็ดขาด การมีนักเตะที่มีความสามารถเฉพาะตัวแบบนี้อยู่บนสนามถือเป็นเรื่องสำคัญในเกมระดับยุโรป เพราะสามารถเปลี่ยนเกมได้ในช่วงเวลาสำคัญ

ซัตตันยังกล่าวเพิ่มเติมว่าผลงานของ อาร์เซนอล ในการแข่งขันยุโรปต่อเนื่องอย่างรวดเร็วนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทีม เพราะพวกเขาไม่เพียงเก็บชัยชนะได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรักษาความสมดุลในทีม การจัดการสภาพร่างกายของนักเตะ และการหมุนเวียนผู้เล่นตามโปรแกรมหนักหน่วงเป็นสิ่งที่ อาร์เตต้า ตระหนักดีอยู่แล้ว และผลงานของมาดูเอเก้ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ อาร์เซนอล ยังคงยึดตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่มไว้ได้

ทั้งนี้ ซัตตันมองว่า อาร์เซนอล ยังคงมีโอกาสในการพักผู้เล่นบางรายในเกมต่อไป เพราะพวกเขามีแต้มและสถิติที่ดีในรายการนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่โค้ชจะสามารถบริหารทีมให้พร้อมสำหรับโปรแกรมการแข่งขันอันหนาแน่นในฤดูกาลนี้ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อทีมต้องเผชิญกับคู่แข่งระดับสูงอย่าง อินเตอร์ ในเกมถัดไป ซึ่งความสามารถในการจัดการแรงกดดันและใช้ศักยภาพของทุกคนอย่างเต็มที่จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการเดินหน้าในเวทียุโรป