บาเยิร์นเครื่องร้อนครึ่งหลัง รัวสามเม็ดพลิกเชือดสปอร์ติ้ง 3-1 ผงาดแต้มทาบจ่าฝูงลีกเฟส UCL

บาเยิร์น มิวนิค โชว์ความเก๋าเวทียุโรป ไล่ยิงสามประตูในครึ่งหลัง พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง กลับมาชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 3-1 ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เฟส เมื่อคืนวันอังคาร พร้อมโกยแต้มขึ้นไปทาบจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล ที่ 15 คะแนน โดยลงแข่งมากกว่าหนึ่งนัด
ศึกใหญ่ค่ำคืนยุโรปที่อัลลิอันซ์ อารีน่า บาเยิร์น มิวนิค ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลเจ้าถิ่นด้วยความกดดันต้องการชัยชนะ เพื่อยึดตำแหน่งบนหัวตารางของกลุ่มในรอบลีก เฟส ขณะที่ผู้มาเยือนอย่าง สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก็มาด้วยความมั่นใจ หวังสร้างเซอร์ไพรส์บุกแบ่งแต้มกลับไป
รูปเกมครึ่งแรก: เสือใต้บุกยับแต่จบสกอร์ไม่ลง
เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น บาเยิร์นเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกใส่ทันทีตามสไตล์ ทีมเจ้าบ้านพยายามขึ้นเกมจากแดนหลัง ไล่ต่อบอลจาก คิมมิช และ ไลเมอร์ ขึ้นมาถึงแนวรุก โดยคู่หัวหอกและตัวรุกอย่าง เลนนาร์ต คาร์ล และ แฮร์รี่ เคน ได้โอกาสลุ้นก่อนในช่วง 20 นาทีแรก แต่ต่างก็ใช้โอกาสสิ้นเปลือง ยิงทิ้งยิงขว้างกันไปเอง ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์นำได้
จังหวะหวาดเสียวครั้งใหญ่ของเสือใต้มาในนาทีที่ 24 เมื่อ โยซิป สตานิซิช เติมสูงทางกราบขวา ก่อนจ่ายตัดแนวรับสปอร์ติ้งเข้ากลางให้ แซร์ช นาบรี้ หลุดเข้าไปทางฝั่งซ้ายของเขตโทษ แล้วกดด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งจะเสียบเสาไกลอยู่แล้ว แต่ รุย ซิลวา ผู้รักษาประตูทีมเยือนโชว์ซูเปอร์เซฟ พุ่งปัดปลายมือออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ
หลังจากนั้นรูปเกมเป็นของบาเยิร์นแทบจะฝ่ายเดียว เจ้าถิ่นพับสนามบุก ทั้งการต่อบอลสั้นเจาะช่อง และการครอสจากริมเส้นเข้าไปลุ้น แต่แนวรับสปอร์ติ้งยังยืนตำแหน่งกันได้ดี มีทั้งบล็อก ทั้งเคลียร์ทิ้ง รวมถึงฟอร์มหนึบของ รุย ซิลวา ที่ช่วยให้ทีมรอดพ้นการเสียประตูแรกหลายครั้ง
หมดครึ่งแรก สกอร์ยังคงอยู่ที่ 0-0 ทั้งที่บาเยิร์นสร้างโอกาสได้มากกว่าอย่างชัดเจน แต่ขาดเพียงความคมในจังหวะสุดท้าย
ครึ่งหลังดราม่า: สปอร์ติ้งช็อกนำก่อน – เสือใต้ฮึดรัวสามเม็ด
กลับมาครึ่งหลัง รูปเกมเหมือนจะยังไปในทิศทางเดิมคือเจ้าถิ่นตั้งลำบุก แต่แล้วในนาทีที่ 54 กลับเป็น สปอร์ติ้ง ที่ได้เฮก่อนแบบทำเอาแฟนเจ้าบ้านเงียบกริบ
จังหวะนี้ ชูเอา ซิโมส แนวรุกทีมเยือนใช้ความเร็วกระชากบอลขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนลากตัดเข้าเขตโทษแล้วเปิดเรียดเข้ากลาง หวังให้เพื่อนทำประตู แต่กลายเป็น โยชัว คิมมิช ที่ลงมาช่วยเกมรับ สกัดบอลผิดเหลี่ยม บอลเปลี่ยนทางปลิ้นเข้าประตูตัวเองไปแบบสุดช็อก ทำให้ สปอร์ติ้ง ออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงอึ้งของแฟนเสือใต้
อย่างไรก็ตาม ประตูที่เสียไปเหมือนเป็นการ “ปลุก” บาเยิร์น ให้ตื่นเต็มตัว เจ้าถิ่นเร่งเกมบุกมากขึ้นกว่าเดิม เติมผู้เล่นขึ้นสูง บีบพื้นที่เร็ว และไม่ปล่อยให้สปอร์ติ้งได้ตั้งเกมโต้กลับง่ายๆ
นาทีที่ 65 ความพยายามของเสือใต้ก็มาสัมฤทธิผล เมื่อได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ไมเคิ่ล โอลิเซ่ รับหน้าที่เปิดบอลโค้งลึกไปที่เสาไกล แนวรับทีมเยือนหลุดตำแหน่งปล่อยให้ แซร์ช นาบรี้ ยืนโล่งอยู่คนเดียว ก่อนยิงระยะเผาขนไม่เหลือ บาเยิร์น ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ และโมเมนตัมของเกมก็เริ่มไหลกลับมาเข้าทางเจ้าถิ่นเต็มๆ
เพียง 4 นาทีถัดมา นาทีที่ 69 อัลลิอันซ์ อารีน่า แทบแตก เมื่อ บาเยิร์น พลิกแซงนำ 2-1 จากจังหวะขึ้นเกมทางกราบขวา คอนราด ไลเมอร์ เติมสูงก่อนเปิดเรียดไปเสาแรก เลนนาร์ต คาร์ล ฉีกเข้ามาเร็วกว่าแนวรับทีมเยือน แล้วตวัดยิงด้วยเท้าขวาในมุมแคบ บอลพุ่งยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด กลายเป็นประตูสำคัญที่เปลี่ยนจากความกดดันเป็นความมั่นใจให้เจ้าถิ่นทันที
เกมยังไม่จบแค่นั้น นาทีที่ 77 เจ้าบ้านตอกฝาโลงหนีห่าง 3-1 จากการผสานงานกันอย่างลงตัว คิมมิช ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนครอสลึกไปเสาไกล นาบรี้อีกครั้งที่ยืนรออยู่โหม่งเช็ดตั้งย้อนกลับเข้ากลาง และเป็น โยนาธาน ทาห์ ที่เติมขึ้นมาจากแนวรับ ล้มตัวยิงจ่อๆ ไม่เหลือซาก กลายเป็นประตูตอกย้ำชัยชนะ และสะท้อนให้เห็นถึงพลังเกมรุกจากทุกตำแหน่งของบาเยิร์นอย่างแท้จริง
ช่วงเวลาที่เหลือ สปอร์ติ้ง พยายามดันไล่คืนแต่ก็ไม่สามารถทลายแนวรับเจ้าบ้านได้ แถมต้องระวังจังหวะสวนกลับของเสือใต้ที่ยังดูอันตรายตลอดเวลา สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมที่สกอร์ 3-1
ภาพรวมเกม: ประสบการณ์และความแน่นอนตัดสินผล
หากมองจากรูปเกมโดยรวม บาเยิร์นเป็นฝ่ายครองบอลและสร้างโอกาสได้มากกว่าอย่างชัดเจน ทั้งในครึ่งแรกและครึ่งหลัง เพียงแต่ในช่วงต้นเกมยังขาดความเฉียบคม รวมถึงติดเซฟของ รุย ซิลวา หลายครั้ง
จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมคือหลังเสียประตูจากความผิดพลาดของ คิมมิช ทีมไม่เสียสมาธิ แต่กลับยกระดับความดุดันขึ้นกว่าเดิม การเคลื่อนที่ของแนวรุก การเติมเกมของฟูลแบ็ก และการจ่ายบอลจากแดนกลางล้วนมีความแม่นยำมากขึ้น ทำให้สามารถตีเสมอและแซงนำได้ในเวลาไม่ถึง 15 นาที
แซร์ช นาบรี้ ถือเป็นหนึ่งในคีย์แมนของเกมนี้ มีส่วนร่วมโดยตรงกับสองประตู ทั้งการยิงตีเสมอ และการโหม่งชงให้ ทาห์ ยิงปิดกล่อง ขณะเดียวกัน เลนนาร์ต คาร์ล ก็แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณศูนย์หน้าที่เฉียบคมในจังหวะสลัดตัวประกบและเข้าทำประตูที่สอง
ผลต่อสถานการณ์ในกลุ่มลีก เฟส
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค เก็บเพิ่มเป็น 15 คะแนน ขยับแต้มขึ้นไปทาบจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล ในรอบลีก เฟส ของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้จะลงสนามมากกว่าทีมอื่น 1 นัด แต่ก็ถือเป็นการตุนแต้มสำคัญในการลุ้นอันดับหัวตาราง และเพิ่มความได้เปรียบทางสภาพจิตใจก่อนโปรแกรมที่เหลือ
สำหรับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แม้จะออกนำได้ก่อนและมีช่วงเวลาที่กดดันเจ้าถิ่นได้บ้าง แต่การรับมือกับความดุดันของบาเยิร์นในช่วงท้ายครึ่งหลังก็ยังไม่ดีพอ ต้องกลับไปแก้ไขเรื่องสมาธิและความแน่นอนในการยืนป้องกัน โดยเฉพาะจังหวะลูกตั้งเตะและการปิดพื้นที่ในกรอบเขตโทษ
อย่างไรก็ดี จากฟอร์มที่แสดงออกมาในเกมนี้ ทั้งสองทีมยังมีลุ้นในการต่อสู้เพื่ออันดับที่ดีที่สุดในกลุ่มต่อไป แต่ค่ำคืนนี้ต้องยกเครดิตให้ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่โชว์ให้เห็นว่าประสบการณ์และความเฉียบคมในช่วงเวลาสำคัญ คือปัจจัยชี้ขาดบนเวทีใหญ่ของยุโรปอย่างแท้จริง