รูนี่ย์ชี้ผีแดงยังห่างไกลท็อปโฟร์ แนะเสริมทัพมกราคมหากหวังคืนเวทียุโรป

เวย์น รูนี่ย์ อดีตกองหน้าระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ฟอร์มการเล่นของทีมในเวลานี้ยังไม่แข็งแกร่งพอสำหรับการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ลีก แม้เพิ่งเก็บชัยชนะเหนือ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 ก็ตาม โดยรูนี่ย์มองว่าหาก “ปีศาจแดง” ต้องการกลับไปยืนในจุดที่ควรอยู่ จำเป็นต้องมีการเสริมทัพนักเตะคุณภาพในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมอย่างจริงจัง
รูนี่ย์ให้เหตุผลว่าผลการแข่งขันอาจออกมาน่าพอใจ แต่รูปเกมโดยรวมยังสะท้อนปัญหาหลายจุด โดยเฉพาะการครองบอลที่เป็นรองคู่แข่งอย่างชัดเจน รวมถึงการควบคุมเกมในแดนกลางที่ยังไม่ดีพอสำหรับทีมที่ตั้งเป้าหมายไปถึงการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรประดับสูงสุด เขามองว่านี่ไม่ใช่รูปแบบการเล่นที่ทีมระดับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดควรยอมรับได้ในระยะยาว
อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษยังกล่าวถึงแนวทางการจัดทีมของผู้จัดการทีม ซึ่งเลือกใช้แผงหลัง 4 คนตามที่แฟนบอลเรียกร้อง แม้จะช่วยให้ทีมรักษาคลีนชีตได้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เกมโดยรวมไหลลื่นหรือสร้างความกดดันใส่คู่แข่งได้ต่อเนื่อง รูนี่ย์ชี้ว่าทีมยังดูเล่นด้วยความอึดอัด และต้องอาศัยความพยายามเฉพาะตัวของนักเตะบางรายมากเกินไป
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการใช้งานนักเตะดาวรุ่ง ซึ่งรูนี่ย์มองว่าเป็นเรื่องดีในแง่ของอนาคตสโมสร แต่ไม่ควรถูกคาดหวังให้แบกรับภาระหนักในช่วงเวลาที่ทีมกำลังต้องการผลลัพธ์ทันที เขาเชื่อว่าการมีผู้เล่นประสบการณ์สูงเข้ามาเสริม จะช่วยประคองฟอร์มของทีมและเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งพัฒนาอย่างเหมาะสมมากกว่า
นอกจากนี้ รูนี่ย์ยังยอมรับว่าการขาดหายไปของแกนหลักในเกมรุก ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อประสิทธิภาพการเข้าทำ ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขาดความหลากหลายและความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งเป็นจุดชี้ขาดในการแข่งขันระดับสูงของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อย่างไรก็ตาม รูนี่ย์ก็ไม่ปฏิเสธว่าการเก็บสามคะแนนคือสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงที่ทีมกำลังสร้างความมั่นใจ เพียงแต่หากมองในภาพรวม เขาเชื่อว่าฟอร์มแบบนี้ยังไม่เพียงพอสำหรับการขับเคี่ยวกับบรรดาทีมหัวตาราง และอาจทำให้เป้าหมายกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ต้องเลื่อนออกไปอีก
บทสรุปจากมุมมองของรูนี่ย์คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในตลาดนักเตะช่วงกลางฤดูกาล หากต้องการยกระดับทีมให้มีความสมดุล แข็งแกร่ง และพร้อมกลับมาท้าทายตำแหน่งท็อปโฟร์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการเอาตัวรอดเป็นเกมต่อเกมเหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้
เอียน ไรท์ ตำนานกองหน้าของ อาร์เซนอล ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา หลังเห็นผลงานของทีมเก่าในเกมพรีเมียร์ลีกที่เปิดบ้านเอาชนะ ไบรท์ตัน & โฮฟ อัลเบียน ไปด้วยสกอร์ 2-1 โดยยอมรับว่าผลการแข่งขันคือสิ่งสำคัญ แต่รูปแบบการเล่นในเกมรุกยังไม่ตอบโจทย์สำหรับทีมที่ตั้งเป้าลุ้นแชมป์อย่างแท้จริง
ไรท์มองว่า อาร์เซนอลยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย แม้จะสามารถสร้างโอกาสได้หลายครั้งตลอดทั้งเกม แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นประตูได้มากพอ ทำให้ทีมต้องเจอกับความกดดันจนถึงช่วงท้ายเกม และไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างที่ควรจะเป็น
เกมดังกล่าว “ปืนใหญ่” ได้ประตูจาก มาร์ติน โอเดการ์ด รวมถึงจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของผู้เล่นทีมเยือน ซึ่งเพียงพอให้เก็บสามคะแนนได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ไรท์ชี้ว่าหากอาร์เซนอลต้องการยืนระยะในเส้นทางลุ้นแชมป์ การจบสกอร์ที่เด็ดขาดกว่านี้คือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษยังกล่าวถึงบทบาทของ ดาบิด ราย่า ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยทีมไว้หลายจังหวะ ด้วยการเซฟลูกยากและรักษาความได้เปรียบให้ทีม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทีมยังต้องพึ่งพาเกมรับและผู้รักษาประตูมากเกินไปในบางช่วง
นอกจากนี้ ไรท์ยังแสดงความหวังว่าการกลับมาลงสนามของ กาเบรียล มากัลเญส จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แนวรับ โดยเฉพาะการประสานงานกับ วิลเลี่ยม ซาลิบา ซึ่งเป็นคู่เซนเตอร์ที่สร้างความมั่นใจให้ทีมได้เป็นอย่างดี
แม้ชัยชนะจะช่วยให้สถานการณ์ในตารางคะแนนยังคงอยู่ในเส้นทางที่ดี แต่ไรท์ย้ำว่าหากอาร์เซนอลต้องการก้าวไปอีกระดับ เกมรุกต้องมีความหลากหลาย ดุดัน และเฉียบคมมากกว่านี้ เพื่อให้การเก็บแต้มในแต่ละนัดเป็นไปอย่างสบายใจ และไม่ต้องเสี่ยงกับความผิดพลาดในช่วงท้ายเกมอีกต่อไป