ลีโอเนล เมสซี่ เปิดใจยังไม่ปิดประตูบอลโลก 2026 ขอแค่สภาพร่างกายไหวพร้อมลุยกลางปีหน้า

ลีโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาและดาวยิงของ อินเตอร์ ไมอามี่ ยืนยันว่าตัวเองยังไม่ตัดโอกาสการลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยตั้งความหวังว่าจะได้มีส่วนร่วมอย่างใดอย่างหนึ่งกับทัพ “ฟ้า-ขาว” ในทัวร์นาเมนต์ช่วงกลางปีหน้า หากสภาพร่างกายและความฟิตยังเอื้ออำนวย
แม้จะอายุ 38 ปี และเคยส่งสัญญาณคล้ายอำลาทีมชาติไปแล้วหลายครั้ง แต่เมสซี่ยอมรับตรง ๆ ว่า ฟุตบอลโลกยังเป็นความรู้สึกพิเศษในใจและยังอยากสัมผัสบรรยากาศนั้นอีกครั้ง
จากเกมอำลาบ้านเกิด สู่คำถามใหญ่เรื่องเวิลด์คัพ
เกมสุดท้ายที่เมสซี่ลงเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาจนถึงตอนนี้ คือแมตช์ชนะ เวเนซุเอล่า 3-0 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่สังเวียน เอสตาดิโอ โมนูเมนตาล กรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งหลังจบเกมมีพิธีเชิดชูเกียรติและบรรยากาศคล้ายงานอำลา ทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยเชื่อว่านั่นอาจเป็นนัดสุดท้ายของเขาบนผืนแผ่นดินบ้านเกิดในสีเสื้อทีมชาติ
หลังจากนั้นกระแสข่าวเรื่องการตัดสินใจของเมสซี่เกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026 ก็วนเวียนไม่หยุด บางช่วงเขาเคยให้สัมภาษณ์ในทำนองว่ายังไม่แน่ใจว่าร่างกายจะไหวกับทัวร์นาเมนต์ระดับสูงอีกครั้งหรือไม่ แต่ล่าสุดเจ้าตัวเปิดปากชัดขึ้นว่า “ยังอยากไป” เพียงแต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายก่อนถึงเวลาจริง
ยังไม่รับปาก แต่ “หวังได้ไป”
เมสซี่อธิบายว่า เขาและ ลีโอเนล สกาโลนี เฮดโค้ชทีมชาติอาร์เจนตินา พูดคุยกันเรื่องฟุตบอลโลกอยู่เรื่อย ๆ และต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันดี โค้ชพร้อมเปิดพื้นที่ให้เขาในทุกบทบาท หากเขายังอยากช่วยทีมต่อไป แต่ตัวเมสซี่เองย้ำว่าไม่ต้องการรับปากล่วงหน้า เพราะไม่อยากให้ความคาดหวังเกินกว่าความจริงเรื่องสภาพร่างกายและการแข่งขันในระดับสโมสร
ซูเปอร์สตาร์จาก อินเตอร์ ไมอามี่ ระบุว่าที่ผ่านมา สกาโลนีมักบอกเสมอว่า พร้อมให้เขาเล่นในบทบาทใดก็ได้ในทีม เนื่องจากทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจ สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่แท็กติกในสนามไปจนถึงการจัดการภาระร่างกายของนักเตะวัยใกล้ปลายอาชีพค้าแข้ง
เมสซี่ย้ำว่าความฝันของเขาคือการได้อยู่ที่ฟุตบอลโลก ไม่ว่าจะในฐานะผู้เล่นตัวหลัก ตัวสำรอง หรือแม้กระทั่งในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจไม่ได้ลงเล่น แต่ได้ไปชมเกมติดขอบสนาม เขายืนยันว่าฟุตบอลโลกเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีความหมายกับทุกคน แต่สำหรับชาวอาร์เจนตินายิ่งพิเศษเป็นสองเท่า เพราะฟุตบอลคือส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในประเทศ
ปฏิเสธลงเตะ “ฟีฟีนาลิสซิม่า” เหตุอยู่ช่วงปรีซีซั่นกับไมอามี่
เมสซี่ยังพูดถึงประเด็นที่เขาจะไม่ลงเล่นในเกม ฟีฟีนาลิสซิม่า นัดพิเศษระหว่าง สเปน กับ อาร์เจนตินา ที่จะจัดขึ้นที่กาตาร์ในวันที่ 27 มีนาคมปีหน้า โดยให้เหตุผลว่าช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับการเตรียมทีมปรีซีซั่นของ อินเตอร์ ไมอามี่ และเจ้าตัวยังไม่เชื่อว่าตัวเองจะฟิตสมบูรณ์มากพอสำหรับเกมระดับสูงในจังหวะนั้น
เขามองว่าการมีช่วงปรีซีซั่นเต็มรูปแบบในจังหวะที่เหมาะสมสำคัญมากสำหรับนักเตะวัยใกล้ 40 ปี เพราะเป็นโอกาสให้ร่างกายได้ปรับตัว เตรียมความพร้อม และลดโอกาสบาดเจ็บสะสม โดยเฉพาะในระบบการแข่งขันของเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (MLS) ที่มีตารางเตะและการเดินทางหลายระยะทางไกล
เมสซี่นำประสบการณ์จากฟุตบอลโลกที่กาตาร์มาเปรียบเทียบ โดยชี้ว่าทัวร์นาเมนต์ครั้งนั้นแข่งกลางฤดูกาล ทำให้นักเตะยุโรปหลายคนไปถึงระดับท็อปฟอร์มพร้อมภาระร่างกายที่ยังไม่สะสมหนักเกินไป แตกต่างจากฟุตบอลโลกที่เตะหลังจบฤดูกาลซึ่งมักแบกรับความล้าสูงกว่า
สำหรับเขา การจะลงเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในปี 2026 ให้ได้อย่างมีคุณภาพ จึงต้องจัดสมดุลระหว่างการเตรียมตัวกับสโมสรในสหรัฐฯ และภารกิจทีมชาติให้ลงตัวที่สุด
ฟุตบอลโลก 2026 กับความหมายต่อ “ฟ้า-ขาว” และตัวเมสซี่
ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก มีความพิเศษหลายอย่าง ทั้งการเพิ่มจำนวนทีมเป็น 48 ชาติ และการขยายเกมแข่งขัน ทำให้ผู้เล่นต้องรับภาระมากขึ้นไปอีก เมสซี่เข้าใจดีว่าการกรำศึกต่อเนื่องอาจไม่เหมาะกับสภาพร่างกายของนักเตะวัยปลาย 30
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งเขาพาทีมชาติอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 พร้อมปลดล็อกแชมป์โลกสมัยแรกในชีวิตตัวเอง ทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางค้าแข้ง และเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เขาอยากสัมผัสทัวร์นาเมนต์นี้อีกครั้ง ไม่ว่าบทบาทจะเปลี่ยนไปจากเดิมก็ตาม
เมสซี่มองว่าฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่มันคือช่วงเวลาที่ทั้งประเทศหยุดหายใจไปพร้อมกัน ทุกคนมีอารมณ์ร่วมกับทีมชาติในแบบที่ต่างจากการแข่งขันสโมสรอย่างสิ้นเชิง และสำหรับชาวอาร์เจนไตน์ที่หลงใหลฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ความรู้สึกนั้นยิ่งรุนแรงและลึกซึ้งกว่าหลายประเทศในโลก
บทบาทใหม่หากร่างกายไม่พร้อม
แม้จะยังไม่ตัดสินใจ แต่คำให้สัมภาษณ์ล่าสุดสะท้อนว่าหากร่างกายไม่เอื้อให้ลงเล่นเต็มรูปแบบ เมสซี่ก็พร้อมปรับบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของทีมในมิติอื่น ไม่ว่าจะเป็น “ผู้นำในห้องแต่งตัว” ที่คอยสนับสนุนแข้งรุ่นน้องจากข้างสนาม หรือเป็นตัวเลือกพิเศษที่ถูกใช้งานในจังหวะเหมาะสมในบางเกม
ด้วยประสบการณ์ระดับสูงในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทั้งฟุตบอลโลกหลายสมัย โกปา อเมริกา รวมถึงการค้าแข้งในยุโรปกับ บาร์เซโลน่า และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง การมีเมสซี่อยู่ในทีมไม่ว่าจะในบทบาทใด ย่อมเพิ่มทั้งคุณภาพและความเชื่อมั่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างมหาศาล
รอคำตอบสุดท้ายใกล้ทัวร์นาเมนต์เปิดฉาก
สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจเรื่องฟุตบอลโลก 2026 ของเมสซี่น่าจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงกลางปีหน้า หลังผ่านการประเมินสภาพร่างกาย ฟอร์มการเล่นในเมเจอร์ลีก และการพูดคุยกับสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติแบบละเอียด
สิ่งที่แฟนบอลอาร์เจนไตน์และแฟนบอลทั่วโลกรับรู้ได้จากคำพูดของเขาในตอนนี้คือ ประตูสู่ฟุตบอลโลกของเมสซี่ยังไม่ปิด และเจ้าตัวยัง “อยากไปให้ได้” เพียงแต่มันจะเกิดขึ้นในฐานะใด และในสภาพร่างกายแบบไหน คงต้องรอติดตามกันต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ