ลิเวอร์พูล เผชิญกับ สถิติที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากแพ้ บอร์นมัธ 2–3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในเกมที่ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนปัญหาฟอร์มการเล่นของทีมในช่วงหลังอย่างชัดเจน
ในเกมดังกล่าว บอร์นมัธขึ้นนำ 2–0 ตั้งแต่ครึ่งแรกจาก เอวานิลซอน และ อเล็กซ์ ฆีเมเนซ ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะฮึดทำสองประตูคืนจาก เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ โดมินิค โซบอสไล แต่สุดท้ายก็ต้องมาพลาดเสียประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้พวกเขาเสียสามแต้มสำคัญและต้องเดินทางกลับบ้านมือเปล่า
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่ชนะในเกมพรีเมียร์ลีกถึง 5 นัดหลังสุด โดยสถิติออกมาเป็น เสมอ 4 แพ้ 1 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทีมที่เคยเป็นหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในลีก
นอกจากนั้น ประตูชัยช่วงทดเวลาที่เสียให้กับบอร์นมัธ ยังส่งผลให้ฤดูกาลนี้ทีมต้องเผชิญกับการเสียประตูช่วงท้ายเกมบ่อยครั้ง โดยนับเป็นครั้งที่ 3 ที่ ลิเวอร์พูล ถูกคู่แข่งทำประตูในช่วงท้ายแบบ “นาทีบาป” ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ หลังจากเคยโดน คริสตัล พาเลซ และ เชลซี มาแล้วในเกมก่อนหน้า
สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเมื่อผลการแข่งขันล่าสุดทำให้พวกเขาตามหลังจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซน่อล ถึง 14 คะแนน และมีโอกาสเพิ่มเป็น 17 คะแนนหากอาร์เซน่อลทำผลงานได้ตามคาดในเกมถัดไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการลุ้นแชมป์ลีกอังกฤษในฤดูกาลนี้อาจกลายเป็นเรื่องยากสำหรับ “หงส์แดง” มากขึ้นอีกด้วย
