สปัลเล็ตติรับยูเว่ยังห่างชั้นนาโปลี ยกเกมพ่าย 1-2 เป็นบทเรียนใหญ่คืนเยือนรังเก่า

ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ เฮดโค้ชยูเวนตุส ออกมายอมรับแบบไม่หลบเลี่ยงว่าทีมของตนยังตามหลังนาโปลีอยู่หลายช่วงตัว ทั้งในแง่ความพร้อมของทีมและคุณภาพการเล่น หลังบุกไปแพ้ 1-2 ในศึกบิ๊กแมตช์กัลโช่ เซเรีย อา ที่สนามสตาดิโอ ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมมองว่านี่คือ “บททดสอบสำคัญ” ว่า ยูเว่ เวอร์ชั่นใหม่ของเขาอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับแชมป์เก่า

ความปราชัยนัดนี้ถือเป็นครั้งแรกของสปัลเล็ตตินับตั้งแต่เข้ามารับงานต่อจาก อีกอร์ ทูดอร์ พร้อมหยุดสถิติไร้พ่าย 7 นัดติดต่อกันทุกรายการ ทั้งลีก เซเรีย อา, แชมเปี้ยนส์ ลีก และโคปปา อิตาเลีย ที่ก่อนหน้านี้เก็บชัยได้ 4 นัด เสมอ 3 นัด กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ ก่อนจะมาสะดุดให้กับทีมเก่าที่เขาเคยพาไปถึงแชมป์สคูเด็ตโต้

เกมที่เนเปิ้ลส์เป็นนาโปลีที่เปิดฉากบุกใส่ตั้งแต่นาทีแรก ยูเวนตุสดูเกร็งและระวังหลังมากเกินไป การต่อบอลจากแดนหลังขึ้นสู่แดนกลางจึงเต็มไปด้วยความผิดพลาด ทำให้แชมป์เก่ามีจังหวะไล่เพรสซิ่งสูงและบีบให้แนวรับม้าลายต้องเคลียร์บอลทิ้งอยู่หลายครั้ง กระทั่งมาเสียประตูจากลูกเข้าทำที่รวดเร็วและเด็ดขาดของเจ้าถิ่น

สปัลเล็ตติยอมรับหลังเกมว่า ทีมของเขาเล่นด้วยความ “กลัว” การไล่บีบของคู่แข่งมากเกินไป ทำให้ไม่กล้าเก็บบอลกับพื้นหรือหมุนบอลเปลี่ยนแกน “ตั้งแต่เริ่มเกมเราให้ความเคารพคู่แข่งมากไป พอเสียบอลง่ายๆ พวกเขาก็ลากเราให้วิ่งตามเกมของเขาเองตลอดเวลา” นายใหญ่ยูเว่กล่าวในเชิงวิจารณ์ลูกทีม พร้อมชี้ว่าเมื่อปล่อยให้นาโปลีเป็นฝ่ายคุมจังหวะด้วยสภาพร่างกายและคุณภาพเชิงเท้าที่เหนือกว่า ผลลัพธ์จึงออกมาอย่างที่เห็น

หนึ่งในจุดที่ถูกพูดถึงมากคือการเลือกแท็กติกของสปัลเล็ตติในการรับมือกับการหายไปของ ดูซาน วลาโฮวิช กองหน้าตัวความหวังที่บาดเจ็บ ก่อนเกมเทรนเนอร์วัย 66 ปีตัดสินใจให้ โจนาธาน เดวิด และ ลอยส์ โอเปนด้า สตาร์แนวรุกอีกสองคนเริ่มต้นบนม้านั่งสำรอง แล้วใช้ เคนาน ยิลดิซ ดาวรุ่งชาวตุรกีลงเล่นในบทบาทฟอลส์ไนน์ คอยถอยต่ำลงมาเชื่อมเกมมากกว่าจะยืนเป็นหน้าเป้าแบบธรรมดา

แผนดังกล่าวทำให้ยูเวนตุสมีจังหวะเชื่อมบอลระหว่างแดนกลางกับแนวรุกได้บ้างในช่วงครึ่งหลัง และยิลดิซก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อใช้โอกาสครั้งสำคัญหนแรกเปลี่ยนเป็นประตูตีเสมอ 1-1 จากการเข้าทำที่เฉียบคม ทว่าหลังจากนั้นม้าลายกลับเร่งต่อไม่ขึ้น และสุดท้ายก็ต้องมาเจอ ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าฟอร์มร้อนของนาโปลีกดประตูที่สองของตัวเอง ปิดเกมให้เจ้าถิ่นคว้าชัย 2-1

สปัลเล็ตติอธิบายมุมมองต่อแผนการเล่นของตัวเองว่า เขาเชื่อในศักยภาพของยิลดิซและแนวรุกตัวริมเส้นที่สามารถลงมาช่วยสร้างสรรค์เกมได้ แต่ปัญหาคือแดนกลางกลับไม่สนับสนุนได้อย่างที่วางไว้ โดยเฉพาะ มานูเอล โลคาเตลลี่ ที่ยืนต่ำเกินไปจนไม่สามารถคุมพื้นที่ที่โค้ชต้องการได้อย่างเต็มที่ ทำให้ช่องว่างระหว่างแนวรับกับแนวรุกกว้างเกินไป บวกกับกองหน้าอีกสองคนที่ถูกส่งลงมาในช่วงท้ายเกมมีความคล่องตัวน้อยเมื่อเจอการประกบติดแน่นของกองหลังนาโปลี

“เราครองบอลได้เยอะ แต่แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันเลย เราจ่ายบอลช้า ติดแผงกลางของตัวเอง และไม่สามารถสร้างความได้เปรียบในพื้นที่สุดท้ายได้ ถ้าคุณควบคุมจังหวะไม่ได้ สุดท้ายคุณก็เป็นแค่ผู้โดยสาร ปล่อยให้คนอื่นกำหนดเกมแทนคุณ” เทรนเนอร์ยูเว่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา

นอกจากเรื่องแท็กติกแล้ว สปัลเล็ตติยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาด้านการสื่อสารภายในทีม โดยเฉพาะจังหวะรับมือลูกเปิดของนาโปลีที่มักปล่อยให้คู่แข่งมีพื้นที่เปิดบอลได้ง่ายเกินไป จนสุดท้ายกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทีมเสียประตูทั้งสองครั้ง “นาโปลีขยับตัวสร้างพื้นที่ได้ดีมาก แต่เรากลับตอบสนองช้า ทั้งในเรื่องการเรียกจังหวะและการตัดสินใจว่าจะออกไปบีบหรือถอยยืน เราทำให้คู่แข่งเปิดบอลได้ง่ายเกินไปเอง” เขาเสริม

อย่างไรก็ตาม แม้จะผิดหวังกับผลการแข่งขัน สปัลเล็ตติก็ไม่ได้มองทุกอย่างในแง่ลบ เขาย้ำว่านี่คือเกมที่ตั้งใจใช้วัดระดับยูเวนตุสของตนเมื่อเทียบกับทีมระดับแชมป์เก่า และผลลัพธ์ชี้ชัดว่าม้าลายยังมีการบ้านอีกมากให้ต้องเร่งพัฒนา ทั้งในแง่ความนิ่งเมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลัง และความสามารถในการปรับตัวระหว่างเกม

อีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของค่ำคืนดังกล่าวคือการกลับมาเยือนถิ่นเก่า สตาดิโอ ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า ซึ่งสปัลเล็ตติเคยใช้เป็นฐานที่มั่นในช่วงปี 2021-2023 และพานาโปลีคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 2022-23 เขายอมรับว่าเสียงเชียร์และเพลงของแฟนๆ ที่ยังคงร้องเรียกชื่อเขาก่อนเกมคือช่วงเวลาอันน่าประทับใจ “มันเป็นบรรยากาศที่พิเศษมาก ผมรู้สึกซาบซึ้งในความรักของผู้คนที่นี่ และมันเป็นสิ่งที่สนามแห่งนี้มอบให้คุณได้เสมอ” กุนซือยูเว่กล่าวถึงอารมณ์ย้อนอดีตของตัวเอง

ในภาพรวม สปัลเล็ตติมองว่าความแตกต่างระหว่างสองสโมสรในตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องคะแนนในตาราง แต่รวมถึงความต่อเนื่องของโปรเจ็กต์ ทีมเวิร์ก และความเข้าใจในระบบการเล่น นาโปลีของอันโตนิโอ คอนเต้ยังคงต่อยอดจากทีมแชมป์เดิมได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ยูเวนตุสยังอยู่ในช่วงสร้างตัวและเปลี่ยนถ่ายสไตล์การเล่นให้เข้ากับแนวคิดใหม่ของเขา

ความพ่ายแพ้นัดนี้จึงกลายเป็นทั้งสัญญาณเตือนและโจทย์ใหญ่สำหรับยูเวนตุสในช่วงที่เหลือของฤดูกาล หากต้องการกลับมาท้าทายบัลลังก์แชมป์ให้ได้อย่างจริงจัง พวกเขาจะต้องลดช่องว่างกับทีมระดับแนวหน้าของลีกลงให้เร็วที่สุด ทั้งในเรื่องคุณภาพเกม, วินัยในสนาม และสภาพจิตใจเมื่อเผชิญหน้าเกมใหญ่บนเวทีที่กดดันสูงแบบที่มาราโดน่าอีกครั้งในอนาคต