สามยักษ์ลาลีกายิ้ม ได้คิวบุกเยือนทีมเล็ก รอบ 32 ทีมโกปา เดล เรย์

ศึกโกปา เดล เรย์ ฤดูกาลล่าสุดกำลังเดินทางเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย และผลการจับสลากออกมาแบบเป็นใจให้สามขาใหญ่แห่งลาลีกาอย่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และแอตเลติโก มาดริด เมื่อทั้งหมดต่างได้โคจรไปเยือนสโมสรจากดิวิชั่นล่าง ที่บนกระดาษถือว่าเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีปัจจัยเรื่องสภาพสนามและบรรยากาศที่พร้อมเป็นกับดักได้ทุกเมื่อ
หลังพิธีจับสลากที่จัดขึ้นภายใต้การดูแลของสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ได้มีการยืนยันโปรแกรมอย่างเป็นทางการว่าจะทำการแข่งขันรอบ 32 ทีม ในช่วงวันที่ 16-18 ธันวาคมที่จะถึงนี้ โดยทุกคู่เตะกันแบบน็อกเอาต์นัดเดียวรู้ผล ทำให้ทีมใหญ่ไม่อาจประมาทได้ แม้ชื่อชั้นจะเหนือกว่าเจ้าบ้านหลายขุมก็ตาม
บาร์เซโลน่า แชมป์เก่ารายการนี้ ถูกจับให้ต้องออกไปเยือน กวาดาลาฆาร่า สโมสรจากดิวิชั่น 3 ซึ่งใช้สังเวียน เปโดร เอสการ์ติน เป็นรังเหย้า สนามแห่งนี้บรรจุแฟนบอลได้ราว 6,000 คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับคัมป์ นู หรือสนามเหย้าใหม่ของบาร์ซ่าที่รองรับคนดูได้หลายหมื่น บรรยากาศแบบใกล้ชิดติดขอบสนามเช่นนี้ มักสร้างแรงกดดันให้ทีมใหญ่ไม่น้อย และบ่อยครั้งก็สร้างเซอร์ไพรส์ในฟุตบอลถ้วยสเปนมาแล้ว
สำหรับ กวาดาลาฆาร่า แม้จะเป็นทีมจากระดับดิวิชั่น 3 แต่การได้ต้อนรับแชมป์เก่าและยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่างบาร์เซโลน่า ถือเป็นเกมประวัติศาสตร์ของสโมสร ทั้งในด้านชื่อเสียงและรายได้จากการแข่งขัน บาร์ซ่าเองก็จำเป็นต้องหมุนเวียนผู้เล่น แต่เชื่อว่าฮานซิ ฟลิค หรือสตาฟฟ์โค้ช (ขึ้นกับช่วงเวลา) น่าจะยังจัดทีมที่แข็งแกร่งพอ เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากการตกรอบแบบช็อกแฟนบอล
ด้าน เรอัล มาดริด ยักษ์ขาวแห่งสเปน ก็ได้รับโปรแกรมที่ถือว่าเบาไม่แพ้กัน เมื่อถูกจับให้บุกเยือน ตาลาเบร่า สโมสรจากดิวิชั่น 3 เช่นกัน โดยเกมจะเล่นกันที่สนาม เอล ปราโด้ ซึ่งเป็นรังเหย้าของเจ้าถิ่น โครงสร้างการแข่งขันโกปา เดล เรย์ในรอบลึกขึ้นมักออกแบบให้ทีมเล็กได้เล่นในบ้านของตัวเอง เพื่อกระจายรายได้และโอกาสในการสร้างประสบการณ์ระดับสูงให้แฟนบอลภูมิภาคต่าง ๆ
แม้ “ราชันชุดขาว” จะมีขนาดทีมและศักยภาพเหนือกว่าอย่างชัดเจน แต่ฟุตบอลถ้วยนัดเดียวจบมักมีเรื่องราวเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อทีมใหญ่เลือกให้โอกาสนักเตะสำรองและดาวรุ่งลงเก็บประสบการณ์ หากปรับตัวกับสภาพสนามหญ้า สภาพอากาศ หรือสภาพพื้นสนามไม่ได้ ก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมได้เช่นกัน
ส่วน แอตเลติโก มาดริด ทีมใหญ่จากเมืองหลวงอีกรายหนึ่ง ต้องออกไปเยือน อัตเลติโก บาเลอาเรส ซึ่งเป็นสโมสรจากดิวิชั่นล่างเช่นกัน บรรยากาศในเกาะบาเลอาร์นั้นขึ้นชื่อเรื่องแฟนบอลที่เชียร์กันดุดันและใกล้ชิดสนาม สไตล์การเล่นของเจ้าบ้านก็มักเน้นพละกำลัง เข้าปะทะหนัก และทุ่มเททุกจังหวะ ซึ่งมีโอกาสสร้างงานให้ลูกทีมของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ได้เหมือนกันหากไม่เดินเกมอย่างรัดกุม
ภาพรวมของการจับสลากครั้งนี้ ทำให้สามยักษ์ใหญ่ของลาลีกาถูกมองว่ามีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เพราะต่างเจอคู่แข่งจากดิวิชั่น 2 หรือต่ำกว่าเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความนิยมของโกปา เดล เรย์ก็เกิดจากการที่ทีมเล็กมีสิทธิ์ยืนหยัดต่อกรทีมใหญ่ในบ้านตัวเอง และประวัติศาสตร์ของรายการนี้ก็เต็มไปด้วย “ม้ามืด” ที่เคยเขี่ยทีมยักษ์ตกรอบมาแล้วหลายครั้ง
นอกจากสามทีมระดับมหาอำนาจแล้ว การจับสลากยังได้ข้อสรุปครบทุกคู่ในรอบ 32 ทีม โดยมีการดวลกันทั้งทีมจากลาลีกาและทีมจากลีกรองตามรายละเอียดดังนี้
ผลการประกบคู่ รอบ 32 ทีมสุดท้าย โกปา เดล เรย์
-
อัตเลติโก บาเลอาเรส พบ แอตเลติโก มาดริด
-
ตาลาเบร่า พบ เรอัล มาดริด
-
กวาดาลาฆาร่า พบ บาร์เซโลน่า
-
เรอัล มูร์เซีย พบ เรอัล เบติส
-
เอลเดนเซ่ พบ เรอัล โซเซียดาด
-
บูร์โกส พบ เคตาเฟ่
-
กูลตูราล เลโอเนซ่า พบ เลบันเต้
-
เออิบาร์ พบ เอลเช่
-
เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า พบ มายอร์ก้า
-
ราซิ่ง ซานตานเดร์ พบ บียาร์เรอัล
-
สปอร์ติ้ง คีฆอน พบ บาเลนเซีย
-
อ้วยส์ก้า พบ โอซาซูน่า
-
กรานาด้า พบ ราโย บาเยกาโน่
-
อัลบาเซเต้ พบ เซลต้า บีโก้
-
อลาเบส พบ เซบีย่า
-
เอาเรนเซ่ พบ แอธเลติก บิลเบา
ทุกคู่จะลงแข่งขันกันแบบนัดเดียวรู้ผล หากเสมอในเวลา 90 นาทีจะต่อเวลาพิเศษ และหากยังไม่สามารถหาผู้ชนะได้ก็จะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งรูปแบบนี้เพิ่มโอกาสให้ทีมเล็กสามารถลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ได้มากขึ้น
ศึกโกปา เดล เรย์ รอบ 32 ทีมปีนี้จึงไม่ได้มีเพียงการลุ้นว่า บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และแอตเลติโก มาดริด จะผ่านเข้ารอบลึกได้หรือไม่ แต่ยังเป็นเวทีที่แฟนบอลจะได้เห็นว่ามีทีมเล็กทีมใด พร้อมผงาดขึ้นมาเป็น “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” รายใหม่ของวงการลูกหนังสเปนในค่ำคืนพิเศษของฟุตบอลถ้วยรายการนี้อีกครั้ง