หมาป่าเมืองเบียร์เดินหน้าเต็มสูบดึง ‘ฟึลล์ครุก’ คืนบุนเดสลีกา เสริมคมแนวรุกตลาดหน้าหนาว

โวล์ฟสบวร์กตกเป็นข่าวว่ากำลังเดินหน้าล่าตัว นิคลาส ฟึลล์ครุก กองหน้าทีมชาติเยอรมันวัย 32 ปีจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เพื่อดึงกลับสู่ศึกบุนเดสลีกาในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ โดยรูปแบบดีลที่สโมสรต้องการคือการยืมตัวพร้อมเงื่อนไขซื้อขาดหลังจบฤดูกาล ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่ทั้งจับต้องได้และตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองฝ่าย

ฝั่งโวล์ฟสบวร์กประเมินว่าทีมยังขาดกองหน้าตัวเป้าประเภทจอมโหม่งและยืนชนกับกองหลังได้ดี รวมถึงสามารถพักบอลและทำเกมในแดนหน้าให้เพื่อนร่วมทีม ฟึลล์ครุกซึ่งเคยโชว์ฟอร์มเด่นในบุนเดสลีกามาแล้วหลายฤดูกาลจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ถูกวางไว้เป็นเป้าหมายหลักของทีมในหน้าหนาวนี้ การเสริมกองหน้าที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ถูกมองว่าจะเพิ่มความอันตรายให้เกมรุกของหมาป่าเมืองเบียร์ทันทีที่ย้ายมา

ดีลลักษณะยืมตัวพ่วงออปชั่นซื้อขาดยังเอื้อประโยชน์ต่อตัวนักเตะเอง เพราะฟึลล์ครุกต้องการโอกาสลงสนามสม่ำเสมอเพื่อรักษาจังหวะการแข่งขันและลุ้นติดทีมชาติเยอรมันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึง การกลับไปเล่นในลีกที่คุ้นเคยจึงถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับเส้นทางอาชีพในช่วงนี้

นอกจากโวล์ฟสบวร์กแล้ว ฮอฟเฟนไฮม์ และ สตุ๊ตการ์ท ก็จับตาสถานการณ์ของฟึลล์ครุกอยู่เช่นกัน โดยทั้งสองทีมต้องการเสริมความเฉียบคมในแดนหน้า ทว่าความคืบหน้ายังอยู่ในระดับเริ่มต้น ต่างจากโวล์ฟสบวร์กที่มีการพูดคุยกับต้นสังกัดของนักเตะอย่างจริงจังมากกว่า ทำให้สโมสรแห่งโฟล์กสวาเกน อารีนา ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในดีลนี้

ขณะเดียวกัน ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต และ เอาก์สบวร์ก ซึ่งเคยมีข่าวเชื่อมโยงกับฟึลล์ครุกก่อนหน้านี้ถูกระบุว่าได้ถอนตัวออกจากการลุ้นลายเซ็นไปแล้ว ทำให้สมรภูมิล่ากองหน้าคนนี้เหลือเพียงสามทีมหลักคือ โวล์ฟสบวร์ก, ฮอฟเฟนไฮม์ และ สตุ๊ตการ์ท โดยมีโวล์ฟสบวร์กอยู่ในจุดที่พร้อมเดินหน้าเจรจามากที่สุด

ในมุมของนักเตะ ฟึลล์ครุกเปิดกว้างต่อการย้ายทีม หากสโมสรที่ยื่นข้อเสนอสามารถให้บทบาทตัวจริงและตำแหน่งที่ชัดเจนในระบบการเล่น เขาต้องการลงสนามต่อเนื่องมากกว่าการเป็นสำรอง ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เสี่ยงต่อการหลุดจากบัญชีทีมชาติ และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพิจารณาอนาคตของเขาในตลาดรอบนี้

โวล์ฟสบวร์กมองว่าการคว้าฟึลล์ครุกมาร่วมทัพเป็นทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและสร้างโครงสร้างทีมในระยะยาว หากฟอร์มเข้าตา สโมสรยังสามารถใช้ออปชั่นซื้อขาดเพื่อตรึงเขาเป็นกำลังหลักของแนวรุกในฤดูกาลถัดไปได้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทีมยังคงเดินหน้าลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป ซึ่งจำเป็นต้องมีนักเตะประสบการณ์สูงคอยนำเกมรุก

ประเด็นที่ต้องจับตามองในช่วงใกล้ตลาดเปิดคือรายละเอียดของการเจรจา ทั้งสัดส่วนค่าเหนื่อยที่จะต้องแบ่งกันจ่ายระหว่างสโมสร และตัวเลขค่าซื้อขาดหลังจบซีซั่น หากทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อสรุปลงตัว ก็มีโอกาสสูงที่แฟนบอลจะได้เห็นฟึลล์ครุกกลับมาล่าตาข่ายในบุนเดสลีกาอีกครั้งทันทีที่ตลาดหน้าหนาวเปิดทำการ ซึ่งดีลนี้อาจส่งผลทั้งต่อความแข็งแกร่งของโวล์ฟสบวร์กและอนาคตในทีมชาติของดาวยิงรายนี้ในเวลาเดียวกัน