อาโมริมยอมรับผีคุมเกมหลุดเอง ทำหล่น 2 แต้มคาบ้านน่าเสียดาย

รูเบน อาโมริม ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าทีมของเขาคุมเกมเอาไว้ไม่ได้เอง ทั้งที่เป็นฝ่ายออกนำก่อนในครึ่งหลัง จนสุดท้ายต้องทำได้เพียงเปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเสมอกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ทำให้พลาดโอกาสขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีกอย่างน่าเสียดาย

เกมดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายออกนำก่อนจากประตูของ ดีโอโก้ ดาโล่ต์ แบ็กขวาชาวโปรตุกีสในช่วงต้นครึ่งหลัง บรรยากาศในสนามเปลี่ยนไปทันที แฟนบอลเจ้าถิ่นเริ่มเชื่อว่าทีมจะสามารถปิดจ็อบเก็บสามคะแนนเต็มได้ ทว่าช่วงท้ายเกมกลับเป็นเวสต์แฮมที่ฮึดสู้และตีเสมอได้สำเร็จจากความผิดพลาดในการป้องกันลูกตั้งเตะของเจ้าบ้าน

อาโมริมยอมรับหลังเกมว่าฟอร์มของทีมยังขาดความสม่ำเสมออย่างชัดเจน โดยเฉพาะในจังหวะที่ได้ประตูนำแล้วแต่กลับปล่อยให้มาตรฐานเกมตกลงไป “ฟอร์มการเล่นไม่สม่ำเสมอ เรามีช่วงเวลาที่ดี แต่ก็มีช่วงที่เสียการครองบอล ทั้งในครึ่งแรกและหลังจากที่ยิงประตูได้ในครึ่งหลัง เราควรปิดเกมให้ได้ตั้งแต่ได้ประตูแรก” กุนซือชาวโปรตุกีสระบุ

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่าทีมรู้ดีตั้งแต่ก่อนลงสนามว่าลูกตั้งเตะจะเป็นจุดอันตราย เพราะเวสต์แฮมมีความได้เปรียบเรื่องรูปร่างและส่วนสูง แต่แม้จะเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว ทว่าลูกทีมกลับไม่สามารถรักษาวินัยเกมรับและโฟกัสในช่วงสำคัญได้ตลอด 90 นาที “เรารู้ว่าลูกตั้งเตะจะสร้างปัญหาได้ เพราะส่วนสูงของทั้งสองทีมต่างกัน เราคุมเกมอยู่ เราเก็บบอลได้หลังขึ้นนำ แต่สุดท้ายเราก็ปล่อยให้เสีย 2 แต้มไปอีกครั้ง” อาโมริมกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

กุนซือผีแดงยังชี้ไปที่ปัญหาเรื่อง “บอลจังหวะสอง” ว่าเป็นอีกจุดที่ทีมทำได้ไม่ดีพอ และเป็นสาเหตุสำคัญของการโดนตีเสมอ เขาอธิบายว่าในหลายจังหวะ เวสต์แฮมมักวางบอลยาวขึ้นหน้า และเมื่อแนวรับยูไนเต็ดชนะบอลแรกได้ แต่กลับไม่สามารถเก็บบอลจังหวะสองหรือปิดพื้นที่ต่อเนื่องได้ ทำให้ผู้เล่นทีมเยือนมีโอกาสบุกเข้าทำ “เมื่อพวกเขาเล่นบอลยาว และเราปล่อยให้คู่แข่งเก็บบอลจังหวะสองได้บ่อยๆ คุณจะควบคุมเกมไม่ได้เลย เราน่าจะครองบอลให้ได้ดีกว่านี้หลังออกนำ”

อาโมริมยังพูดถึงโอกาสทองที่หลุดลอยไป โดยเฉพาะจังหวะของ มาตheus กุนญ่า ที่มีโอกาสจบสกอร์ชัดเจน รวมถึงหลายครั้งที่ทีมครองบอลได้ใกล้กรอบเขตโทษแต่การเปิดบอลและการตัดสินใจไม่เฉียบขาดพอ “เรามีโอกาสที่ดีมากกับกุนญ่า เราครองบอลพื้นที่อันตรายได้หลายครั้ง แต่การเปิดบอลในพื้นที่สุดท้ายยังไม่ดีพอ บางครั้งคาแรกเตอร์ของนักเตะในกรอบเขตโทษก็ไม่เด็ดขาดพอที่จะเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นประตูเพิ่ม”

เมื่อถูกถามถึงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดของ ดีโอโก้ ดาโล่ต์ อาโมริมตอบอย่างชัดเจนว่า “ใช่ มันเป็นประตูที่ดี แต่ว่าเราจบเกมด้วยผลเสมอ สำหรับผมแล้วมันเลยไม่มีความหมายมากนัก ประตูสวยแค่ไหนก็ไม่สำคัญถ้าทีมไม่ได้สามแต้ม” สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานและความคาดหวังที่เขามีต่อทีมในฐานะสโมสรใหญ่

อาโมริมยังกล่าวถึงจังหวะการเปลี่ยนตัว อายเดน เฮฟเว่น ออกตั้งแต่ครึ่งแรก โดยยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจเชิงแท็กติกจากปัญหาใบเหลือง “เราอยากเพรสสูง ปล่อยให้เซนเตอร์หนึ่งคนยืนดวลกับกองหน้าตลอดเวลา ถ้าเขาเข้าปะทะพลาดแล้วโดนใบเหลืองเพิ่มก็เสี่ยงเกินไป และเราก็ต้องแลกกับการเสียตัวเตะลูกตั้งเตะที่สำคัญไปด้วย ดังนั้นเราจำเป็นต้องเล่นให้ชาญฉลาดกว่านี้ในเกมลักษณะนี้”

ในส่วนของ ลีซานโดร มาร์ตีเนซ ที่ได้โอกาสลงสนามมากขึ้น กุนซือชาวโปรตุกีสยอมรับว่าดีใจกับการกลับมาของเซนเตอร์แบ็กคนสำคัญ แต่ย้ำว่าทุกอย่างต้องวัดกันที่ผลลัพธ์ของทีม “แน่นอนว่าเราดีใจกับลิซ่า แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นชัยชนะของทีม เราต้องโฟกัสที่ผลการแข่งขัน ไม่ใช่แค่ฟอร์มรายบุคคล”

เมื่อถูกถามถึงการทำอันดับก่อนเข้าสู่ช่วงปีใหม่ อาโมริมระบุว่าไม่มีเกมไหนที่สามารถมองข้ามได้ “ทุกเกมมีความสำคัญหมด เราต้องชนะในเกมถัดไปเท่านั้น นั่นคือแนวทางเดียวที่เราจะขยับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการบนตารางคะแนน”

ผลเสมอเกมนี้ไม่เพียงทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดพลาดโอกาสขึ้นอันดับ 5 แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาเดิม ๆ เรื่องการปิดเกมและการรักษาความนิ่งในช่วงท้ายที่ยังต้องเร่งแก้ไข หากต้องการไล่ล่าพื้นที่ฟุตบอลยุโรปอย่างจริงจังในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล โดยตัวอาโมริมเองก็ยอมรับอย่างไม่ปิดบังว่า การปล่อยให้แต้มสำคัญหลุดมือในบ้านแบบนี้ “เป็นสิ่งที่ทีมยอมรับไม่ได้” และจำเป็นต้องเรียนรู้ให้เร็วที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้