อาโมริมเปิดใจ หลังเจอคอมเมนต์รุนแรงนับพัน ไม่ขออ่านโซเชียลอีกเพื่อปกป้องครอบครัว

รูเบน อาโมริม ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจ “เลิกอ่านคอมเมนต์บนโซเชียลมีเดีย” หลังจากถูกกระหน่ำด้วยข้อความในเชิงลบจำนวนมหาศาล ทั้งในรูปแบบการวิจารณ์รุนแรง การเหยียดหยาม ไปจนถึงข้อความคุกคามต่อครอบครัวของเขา

อาโมริมยอมรับว่าตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้รับคอมเมนต์รวมแล้วมากกว่า 2,000 ข้อความ โดยหลายข้อความมีเนื้อหาที่ “ยอมรับไม่ได้” และอยู่เหนือเส้นแบ่งของการวิจารณ์เชิงกีฬาอย่างสิ้นเชิง จนเขาต้องปกป้องสภาพจิตใจของตัวเองและคนในครอบครัว

“ผมไม่อ่านแล้ว… เพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว”

กุนซือชาวโปรตุกีสเผยว่า การทำงานในระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีกย่อมต้องเจอกับแรงกดดันและคำวิจารณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ครั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินปกติ จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบชีวิตใหม่

เขากล่าวอย่างชัดเจนว่า

“ผมไม่ได้อ่านคอมเมนต์เหล่านั้นอีกต่อไป มันเป็นวิธีเดียวที่จะปกป้องตัวเอง ผมเข้าใจว่าในทุกอาชีพย่อมมีแรงกดดัน แต่บางครั้งมันก็เกินกว่าที่ควรจะเป็น”

อาโมริมยังยอมรับว่า เขาไม่ดูรายการโทรทัศน์หรือสื่อพูดถึงฟอร์มของทีมมากนัก เพราะรู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่สิ่งที่เขารับไม่ได้คือข้อความในเชิงล่วงละเมิดที่พุ่งตรงมาหาตัวเองและครอบครัว

ความกดดันรอบด้านในช่วงฟอร์มผันผวนของแมนฯ ยูไนเต็ด

ในช่วงหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา ทำให้เสียงวิจารณ์ต่อทีมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแท็กติกและการจัดตัวผู้เล่นของอาโมริมที่ถูกตั้งคำถามบ่อยครั้ง

แม้เจ้าตัวจะเข้าใจดีว่าความคาดหวังของแฟนบอลสโมสรใหญ่ย่อมสูงเป็นพิเศษ แต่เขาต้องการให้การแสดงความคิดเห็นอยู่ในขอบเขตที่สร้างสรรค์และเคารพความเป็นมนุษย์ของผู้เกี่ยวข้อง

โค้ชก็คนธรรมดา — ไม่ใช่เป้าให้ระบายอารมณ์

อาโมริมอธิบายเพิ่มเติมว่า เบื้องหลังของโค้ชทุกคนคือครอบครัวที่ต้องเผชิญผลกระทบทางจิตใจจากคำพูดบนโลกออนไลน์เช่นเดียวกัน

เขาระบุว่า

“เราทุกคนมีความรู้สึก มีครอบครัว มีชีวิตส่วนตัว ผมรับได้กับเสียงวิจารณ์เรื่องฟุตบอล แต่ไม่ใช่การล้ำเส้นหรือข่มขู่”

สำหรับเขา การหลีกเลี่ยงคอมเมนต์จึงไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการจัดการกับสภาพแวดล้อม เพื่อให้สามารถทำงานในสนามได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด

สะท้อนวงการฟุตบอลยุคใหม่—เมื่อโซเชียลมีเดียสร้างบาดแผล

กรณีของอาโมริมเป็นอีกหนึ่งสัญญาณให้วงการฟุตบอลต้องจับตา เพราะในยุคที่นักเตะและโค้ชเข้าถึงผู้คนผ่านโซเชียลอย่างใกล้ชิด การแสดงความคิดเห็นเชิงลบที่ไร้การกรองสามารถส่งผลโดยตรงต่อสภาพจิตใจของผู้เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่เพียงแค่อาโมริมเท่านั้น ผู้จัดการทีมและนักเตะหลายรายในยุโรปต่างเคยประสบเหตุการณ์คล้ายกัน และหลายสโมสรเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตกันมากขึ้น

อาโมริมยังโฟกัสกับงาน—พร้อมเดินหน้ากับทีม

แม้จะเจอแรงกดดันรอบด้าน แต่กุนซือชาวโปรตุกีสยืนยันว่าเขายังคงทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อพาทีมกลับสู่เส้นทางที่มั่นคงอีกครั้ง พร้อมเน้นว่าความคิดเห็นที่แท้จริงของเขาอยู่ในสนามฝึกซ้อมและการแข่งขัน ไม่ใช่บนโซเชียลมีเดีย

เขาปิดท้ายอย่างมั่นใจว่า

“ผมรู้หน้าที่ของผมดี และผมจะทำให้ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทีมและนักเตะของผม”