อินฟานติโน่จวกเหตุการณ์วุ่นวายนัดชิง แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ เซเนกัล-โมร็อกโก หลังทีมวอล์คเอาต์สร้างความขัดแย้งในเกมใหญ่

ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่สนามพรินซ์ มูเลย์ อับเดลลาห์ สเตเดี้ยม ระหว่างทีมชาติ เซเนกัล และ โมร็อกโก เกิดเหตุการณ์ที่กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอล หลังจากการแข่งขันเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการตัดสินที่สร้างความขัดแย้งอย่างมาก ส่งผลให้ฝ่ายเซเนกัลตัดสินใจเดินออกจากสนามชั่วคราว ขัดกับกฎกติกามาตรฐานของเกมการแข่งขันระดับสูงสุดของทวีปแอฟริกา

เกมนี้มีจังหวะสำคัญตั้งแต่ต้นเมื่อ ปาเป้ เกย์ ทำประตูขึ้นนำให้เซเนกัลในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 4 แต่จังหวะดังกล่าวพัวพันกับการประท้วงจากโค้ชและผู้เล่นเซเนกัล หลังจากที่ผู้ตัดสิน ฌอง ฌาคส์ เอ็นดาลา ยกเลิกประตูดังกล่าวและเป่าให้ โมร็อกโกได้จุดโทษ ในนาทีที่ 98 ซึ่งเป็นเหตุให้โค้ชของเซเนกัลสั่งให้ทีมเดินออกจากสนามพร้อมกับแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง

เหตุการณ์นี้ทำให้การแข่งขันหยุดชะงักไปถึง 17 นาที โดยที่ ซาดิโอ มาเน่ อดีตดาวยิงลิเวอร์พูล ซึ่งยังคงอยู่ในสนาม มีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวเพื่อนร่วมทีมให้กลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง แม้จะมีการประท้วงเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

หลังกลับมาแข่งขัน เกมเข้าสู่การดวลจุดโทษ โดย บราอีม ดิอาซ กองหน้าจากเรอัล มาดริด ซึ่งเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ ยิงพลาดด้วยลูกยิงสไตล์ “ปาเนนก้า” ที่ไม่เหมาะสมและพลาดเป้าหมาย ส่งผลให้โมร็อกโกพลาดโอกาสทองในการพลิกสถานการณ์

หลังเกม จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่าเป็น “พฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้” ทั้งการออกจากสนามของทีมและการกระทำที่ไม่เคารพการตัดสินใจของผู้ตัดสิน ซึ่งขัดกับหลักการพื้นฐานของฟุตบอล ซึ่งควรแข่งขันภายใต้กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

อินฟานติโน่ยังได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่าการกระทำเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อแก่นแท้และความเป็นธรรมของกีฬา และย้ำว่าความรุนแรงหรือพฤติกรรมที่ขัดขวางการแข่งขันไม่ควรเกิดขึ้นในสนามฟุตบอลทั้งในและนอกสนาม

ด้าน สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (ซีเอเอฟ) ได้ประกาศว่ากำลังตรวจสอบวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัยต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแถลงประณามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจากผู้เล่นและเจ้าหน้าที่บางคน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและไม่ให้เหตุการณ์ชนิดนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

การปะทะกันระหว่างเซเนกัลและโมร็อกโกในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อแชมป์ แต่ยังกลายเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการเคารพกฎกติกาและสปิริตแห่งการแข่งขันในฟุตบอลระดับนานาชาติอีกด้วย