อินฟานติโน่แจงดราม่าราคาตั๋วบอลโลก 2026 ชี้ความต้องการพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ฟีฟ่ายันตั้งตามกลไกตลาด

จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ออกโรงชี้แจงประเด็นร้อนเกี่ยวกับราคาตั๋วการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หลังถูกแฟนบอลและองค์กรผู้สนับสนุนฟุตบอลหลายฝ่ายโจมตีว่าแพงเกินเอื้อม โดยยืนยันว่าการกำหนดราคาครั้งนี้เป็นไปตามความต้องการของตลาด และสะท้อนความนิยมของฟุตบอลโลกที่ยังคงพุ่งสูงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ผู้นำฟีฟ่าระบุว่า นับตั้งแต่เปิดให้จองตั๋วล่วงหน้า ได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลกอย่างถล่มทลาย มีการยื่นความประสงค์ขอซื้อตั๋วรวมกันมากกว่า 150 ล้านใบ ภายในระยะเวลาเพียง 15 วัน ขณะที่จำนวนตั๋วที่สามารถจำหน่ายได้จริงตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์มีเพียงไม่กี่ล้านใบเท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงกว่ายอดขายตั๋วฟุตบอลโลกในหลายทศวรรษที่ผ่านมาอย่างเทียบไม่ติด และเป็นหลักฐานชัดเจนถึงความต้องการที่ล้นหลาม
อย่างไรก็ตาม เสียงวิจารณ์ยังคงดังต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มแฟนบอลในยุโรปที่มองว่าราคาตั๋วรอบแบ่งกลุ่มบางนัดแพงกว่าฟุตบอลโลกครั้งก่อนหลายเท่าตัว ขณะที่ตั๋วรอบชิงชนะเลิศมีราคาสูงจนแฟนบอลทั่วไปแทบไม่มีโอกาสเข้าถึง ทำให้เกิดคำถามว่าฟุตบอลโลกกำลังกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ของคนมีฐานะหรือไม่
อินฟานติโน่ย้ำว่าฟีฟ่าไม่ได้เพิกเฉยต่อเสียงสะท้อนเหล่านี้ แต่จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของตลาด ต้นทุนการจัดการแข่งขัน และภารกิจในการนำรายได้กลับไปพัฒนาฟุตบอลในระดับรากหญ้าทั่วโลก รายได้จากฟุตบอลโลกไม่ได้ถูกเก็บไว้เพียงเพื่อผลกำไร แต่ถูกนำไปสนับสนุนโครงการพัฒนาเยาวชน โครงสร้างพื้นฐาน และลีกฟุตบอลในประเทศกำลังพัฒนา
นอกจากนี้ ฟีฟ่ายังพยายามปรับโครงสร้างราคาตั๋วให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลในกลุ่มรายได้น้อยสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ โดยมีการจัดสรรตั๋วราคาประหยัดในบางโควตา ควบคู่ไปกับแพ็กเกจพรีเมียมสำหรับผู้ชมระดับสูง เพื่อให้การแข่งขันครั้งนี้ยังคงเป็นเทศกาลฟุตบอลของคนทั้งโลก
ประเด็นราคาตั๋วฟุตบอลโลก 2026 จึงยังคงเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด และอาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญของฟีฟ่าในการรักษาสมดุลระหว่างธุรกิจฟุตบอลระดับโลก กับหัวใจของแฟนบอลที่เป็นรากฐานแท้จริงของเกมลูกหนัง หากต้องการให้ฟุตบอลโลกยังคงเป็นมหกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มคนส่วนน้อยเท่านั้น