เปแอสเชไม่ยอมแพ้! ไล่เจ๊าทดเจ็บก่อนเชือดมาร์กเซยดวลโทษ ผงาดซูเปอร์คัพฝรั่งเศสสมัยที่ 14

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตอกย้ำความยิ่งใหญ่บนเวทีลูกหนังฝรั่งเศสอีกครั้ง หลังเอาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย ในศึกโทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ หรือเฟร้นช์ ซูเปอร์คัพ ด้วยการดวลจุดโทษ 4-1 ภายหลังเสมอกันอย่างสุดดราม่า 2-2 ครบทั้งเวลา 90 นาทีและช่วงต่อเวลาพิเศษ ส่งผลให้เปแอสเชคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 14 และเป็นการครองโทรฟี่ต่อเนื่องหลายปีติดต่อกันอย่างสมศักดิ์ศรี
การแข่งขันนัดนี้จัดขึ้นในสนามกลางต่างประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากแฟนบอลทั้งสองทีม โดย Paris Saint-Germain ส่งผู้เล่นแนวรุกชุดหลักลงสนาม นำโดย อุสมาน เดมเบเล่, ควิช่า ควารัตสเคเลีย และ เดซิเร่ ดูเอ้ ขณะที่ฝั่ง Olympique Marseille วาง เมสัน กรีนวู้ด เป็นตัวความหวังในแนวรุก ส่วน ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เริ่มต้นจากม้านั่งสำรอง
เกมเริ่มต้นด้วยความเข้มข้นสูง เปแอสเชเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าและมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ในนาทีที่ 13 จากความผิดพลาดของแนวรับมาร์กเซย บอลเข้าทาง Ousmane Dembélé ที่ฉวยโอกาสยิงด้วยซ้ายผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้ทีมดังจากเมืองหลวงออกนำ 1-0
หลังเสียประตู มาร์กเซยปรับเกมสู้ได้ดีขึ้น มีจังหวะโต้กลับอันตรายหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับเปแอสเชได้ ขณะที่ลูก้า เชวาลิเยร์ นายทวารของเปแอสเช โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบ เซฟจังหวะสำคัญช่วยทีมเอาไว้ได้หลายครั้ง จบครึ่งแรก เปแอสเชยังคงนำอยู่ 1-0
ครึ่งหลังเกมเปลี่ยนเป็นของมาร์กเซยอย่างชัดเจน ความกดดันเริ่มส่งผลในนาทีที่ 76 เมื่อเมสัน กรีนวู้ด ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนโดนทำฟาวล์ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และกรีนวู้ดรับหน้าที่สังหารไม่พลาด ตีเสมอให้มาร์กเซยเป็น 1-1
ช่วงท้ายเกมดราม่าทวีคูณ เมื่อมาร์กเซยมาได้ประตูแซงนำ 2-1 ในนาทีที่ 87 จากจังหวะทุ่มไกลเข้ามาในเขตโทษ ก่อนที่บอลจะไปโดนแนวรับเปแอสเชเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง ทำให้ทีมจากแดนใต้ใกล้เคียงแชมป์เข้าไปทุกที
อย่างไรก็ตาม เปแอสเชยังไม่ยอมแพ้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พวกเขาโหมบุกอย่างหนัก และมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 95 จากจังหวะเปิดบอลเข้ากลางให้ กอนซาโล่ รามอส ยิงจ่อ ๆ ไม่เหลือ สกอร์กลับมาเท่ากัน 2-2 ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นสนาม
การแข่งขันต้องลากยาวเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ แม้ทั้งสองทีมจะพยายามหาประตูชัย แต่ความเหนื่อยล้าทำให้จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคม ครบ 120 นาที สกอร์ยังคงเสมอกัน และต้องตัดสินแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ
ในการดวลเป้า เปแอสเชแสดงให้เห็นถึงความนิ่งและประสบการณ์ที่เหนือกว่า ยิงเข้า 4 คนรวด ขณะที่มาร์กเซยพลาดไปถึงสองครั้ง ส่งผลให้เปแอสเชคว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์ 4-1 ผงาดคว้าโทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ไปครองอีกครั้ง พร้อมส่งสัญญาณความพร้อมก่อนลุยฤดูกาลใหม่อย่างเต็มตัว