เลเวอร์คูเซ่นฮึดท้ายเกม ไล่ตีเสมอนิวคาสเซิ่ล 2–2 สุดดราม่าศึกยูซีแอล

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่ไบ อารีน่า กลายเป็นเกมดราม่าที่แฟนบอลต้องลุ้นกันจนวินาทีท้าย เมื่อไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เปิดบ้านไล่ตามตีเสมอนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2–2 หลังตกเป็นฝ่ายตามในช่วงครึ่งหลัง แต่ยังฮึดกลับมาคว้าแต้มสำคัญได้แบบสุดระทึก

เกมเริ่มต้นด้วยความกดดันของทั้งสองทีมที่ต้องการแต้ม เลเวอร์คูเซ่นออกสตาร์ตได้ดีกว่า และขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 13 จากจังหวะเตะมุมที่เปิดเข้ามาอย่างได้ลุ้น อเล็กซ์ การ์เซีย เปิดบอลไปที่เสาใกล้ โรเบิร์ต อันดริชโหม่งไปโดนตัว บรูโน่ กิมาไรส์ แฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตู เป็นสกอร์ 1–0 ให้เจ้าถิ่นและสร้างแรงกระตุ้นให้แฟนบอลส่งเสียงเชียร์กระหึ่ม

อย่างไรก็ตาม นิวคาสเซิ่ลไม่ได้รอช้าในการโต้กลับและเพิ่มความดุดันช่วงต้นครึ่งหลัง นาทีที่ 50 เลเวอร์คูเซ่นเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อมาร์ค เฟล็คเค่น จับบอลพลาดในกรอบเขตโทษ ถูกฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ฉกบอลก่อนทำให้ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษทันที แอนโธนี่ กอร์ดอนรับหน้าที่สังหารและไม่พลาด ส่งบอลเข้าประตูตีเสมอเป็น 1–1

โมเมนตัมของเกมเทไปทางนิวคาสเซิ่ลมากขึ้น นาทีที่ 73 พวกเขาพลิกขึ้นนำ 2–1 จากการประสานงานทางฝั่งซ้าย กอร์ดอนเปิดบอลอย่างแม่นยำให้ลูอิส ไมลีย์เทกตัวขึ้นโหม่งเต็มศีรษะ บอลพุ่งเสียบตาข่ายแบบไร้ทางรับ เจ้าถิ่นต้องเร่งเครื่องทันทีเพื่อลุ้นแบ่งแต้ม

เลเวอร์คูเซ่นพยายามเดินเกมรุกอย่างหนัก แม้เวลาเริ่มเหลือน้อย แต่ความพยายามของพวกเขาก็ไม่สูญเปล่า นาทีที่ 88 จากจังหวะต่อบอลเร็วทางริมเส้น อิบราฮิม มาซ่า ไหลบอลให้ อเลฆานโดร กริมัลโด้ เติมขึ้นมาทางขวาก่อนแปเน้น ๆ เสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด กลายเป็นประตูตีเสมอ 2–2 ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลทั้งสนาม

ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมยังคงผลัดกันบุกหวังคว้าประตูชัย แต่ไม่สามารถทำอะไรเพิ่มได้ จบเกมแบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม และทิ้งคำถามถึงเกมรับของทั้งคู่ที่ยังต้องปรับปรุง รวมถึงการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้ายที่ทำให้พลาดโอกาสเก็บชัยชนะ

แม้จะเป็นเกมแบ่งแต้ม แต่ทั้งเลเวอร์คูเซ่นและนิวคาสเซิ่ลต่างแสดงให้เห็นศักยภาพและสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเจ้าถิ่นที่แสดงให้เห็นถึงสปิริตการเล่นไม่ยอมแพ้จนวินาทีสุดท้าย ทำให้เกมนี้เป็นหนึ่งในคู่ที่สนุกและลุ้นที่สุดในนัดปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มของฤดูกาลนี้