เอ็นรีเก้ยอมรับหลังเกม เปแอสเชเจาะแนวรับบิลเบาไม่ผ่าน ซีมอนซูเปอร์เซฟพาทีมแบ่งแต้ม

หลุยส์ เอ็นรีเก้ กุนซือใหญ่ของปารีส แซงต์-แชร์กแมง ออกมายอมรับหลังเกมที่เพิ่งจบลงว่าทีมของเขา เผชิญกับเกมที่ยากลำบากอย่างแท้จริง หลังจากบุกไปเสมอกับ แอธเลติก บิลเบา ด้วยสกอร์ 0-0 ในการแข่งขันฟุตบอลยุโรปเมื่อคืนที่ผ่านมา

ในเกมนี้ เปแอสเชครองบอลได้เหนือกว่าแทบตลอดทั้ง 90 นาที และสร้างโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นสกอร์ได้สำเร็จ ซึ่งทำให้ เอ็นรีเก้ ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าทีมคู่แข่งเล่นได้ดีและคู่ควรกับผลเสมอในเกมนี้

หนึ่งในจุดที่กุนซือชาวสเปนชี้ว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกมคือผลงานของ อูไน ซีม่อน ผู้รักษาประตูของแอธเลติก บิลเบา ซึ่งโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจากการป้องกันประตูหลายครั้งจนได้รับเลือกให้เป็น “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” จากการตัดสินของสื่อและแฟนบอล

เอ็นรีเก้กล่าวว่าเขารู้สึกว่าทีมของตัวเองควรจะทำได้ดีกว่านี้ในจังหวะสุดท้าย แต่ก็ต้องยอมรับว่า “วันนี้เราพบกับผู้รักษาประตูที่สมควรได้รับคำชื่นชมอย่างแท้จริง เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและช่วยทีมของเขาได้อย่างเต็มที่” โดยชื่นชมถึงความนิ่งและการอ่านเกมของซีม่อนที่มีส่วนสำคัญในการยืนหยัดไม่ให้ทีมเสียประตู

ทั้งนี้ เปแอสเชมีโอกาสหลายครั้งทั้งจากลูกยิงไกล การผ่านเข้ากลุ่มกลางประตู และการสอดขึ้นมายิงของแนวรุก แต่จังหวะสุดท้ายกลับไม่มีความเฉียบคมมากพอ รวมถึงบางครั้งต้องพบกับการป้องกันที่เข้มข้นของแนวรับบิลเบาที่ทำให้โอกาสสวย ๆ ต้องหมดสิ้นไป

สำหรับบิลเบาเอง พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงทีมที่ตั้งรับเพียงอย่างเดียวในเกมนี้ แต่ยังแสดงความคึกคักและกดดันแย่งบอลขึ้นบ่อยครั้ง แม้จะไม่ได้สร้างโอกาสที่ชัดเจนมากมาย แต่การตั้งเกมรับผิดพลาดน้อยและตอบสนองในจังหวะสำคัญได้ดี ทำให้ทีมสามารถเก็บแต้มกลับบ้านได้ตามเป้าหมาย

ผลเสมอในนัดนี้ส่งผลให้ทั้งสองทีมต้องกลับไปพิจารณาแท็กติกและจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองอีกครั้ง โดยเฉพาะปารีส แซงต์-แชร์กแมงที่มีผู้เล่นแนวรุกคุณภาพสูง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้ในเกมที่สำคัญเช่นนี้

เอ็นรีเก้สรุปว่า เขายอมรับกับผลการแข่งขันในคืนนี้ และชื่นชมทั้งคู่แข่งและนักเตะฝ่ายตรงข้ามที่เล่นด้วยความมุ่งมั่น พร้อมทั้งมองไปถึงเกมนัดถัดไปที่ทีมของเขาต้องรีบปรับปรุงผลงานเพื่อกลับมาชนะให้ได้ในการแข่งขันต่อไป