แฟร้งค์ ปกป้อง “คูตินโญ่ โรเมโร่” หลังวิจารณ์สโมสร ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พร้อมชี้แรงจูงใจคือความอยากชนะ

โธมัส แฟร้งค์ ผู้จัดการทีมของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ออกมาปกป้อง คริสเตียน “คูตี้” โรเมโร่ ปราการหลังกัปตันทีมอย่างเต็มที่ หลังจากที่นักเตะโพสต์ข้อความวิจารณ์สโมสรผ่านโซเชียลมีเดียอย่างรุนแรงก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอลอังกฤษเมื่อไม่นานมานี้ โดยแฟร้งค์ชี้ว่าพฤติกรรมของนักเตะนั้นมาจากความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จ มากกว่าการโจมตีสโมสรโดยเจตนา
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกมที่ สเปอร์ส เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งผลการแข่งขันทำให้ทีมต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากทั้งผลงานการแข่งขันและสถานการณ์ภายในสโมสร กลายเป็นจุดชนวนทำให้ โรเมโร่ ออกมาโพสต์แสดงความรู้สึกในเชิงตำหนิผ่านอินสตาแกรมของตนเอง
ข้อความจากกองหลังทีมชาติอาร์เจนตินามีใจความว่าตนเองต้องการช่วยทีมแม้จะไม่อยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ และกล่าวว่าทีมมีผู้เล่นที่พร้อมใช้งานเพียง 11 คนเท่านั้น ซึ่งเขามองว่าสภาพดังกล่าวไม่ควรจะเกิดขึ้นและสื่อถึงปัญหาการบริหารจัดการทีมภายในช่วงเวลาที่ผ่านมา
หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว ทั้งจากแฟนบอลและสื่อมวลชน แฟร้งค์ได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเข้าใจในความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของ โรเมโร่ เพราะนักเตะต้องการชัยชนะเหนือสิ่งอื่นใด “คูตินโญ่ เป็นคนที่เต็มไปด้วยแพสชั่นและทุ่มเททุกอย่างลงในสนามเสมอ เขากระหายชัยชนะในทุกครั้งที่ลงเล่น ซึ่งบางครั้งมันอาจนำไปสู่การระเบิดอารมณ์ออกมาแบบนั้นได้” แฟร้งค์กล่าว
อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวเดนมาร์กก็ยังคงย้ำถึงความเหมาะสมของวิธีการสื่อสาร และไม่เห็นด้วยกับการนำโพสต์รุนแรงออกสู่สาธารณะโดยตรงผ่านโซเชียลมีเดีย แม้เขาจะเข้าใจถึงแรงจูงใจของลูกทีมรายนี้ก็ตาม ซึ่งแฟร้งค์แสดงความเชื่อว่า เรื่องนี้ควรถูกจัดการภายในทีมมากกว่า “มันมีวิธีจัดการเรื่องต่างๆ ที่เหมาะสมกว่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ทำได้ดีมาตลอด ถ้าเป็นผม (ในครั้งนี้) ผมคงจะไม่เลือกใช้วิธีนั้น” แฟร้งค์เสริมถึงแนวคิดของตนเองในสถานการณ์นี้
นอกจากการปกป้องลูกทีมแล้ว กุนซือสเปอร์สยังกล่าวถึงการบริหารจัดการทีมภายหลังเหตุการณ์นี้ว่าทางสโมสรได้ดำเนินการทุกอย่างเป็นการภายในเรียบร้อยแล้วเพื่อไม่ให้เรื่องราวส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และบรรยากาศของทีม ซึ่งหากมีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจหรือสมาธิในการแข่งขัน แฟร้งค์เชื่อว่าการสื่อสารและการสนับสนุนซึ่งกันและกันจากทุกฝ่ายในทีมจะช่วยให้ทุกคนกลับมามุ่งมั่นกับเป้าหมายหลักในการชนะเกมการแข่งขันต่อไปได้มากขึ้น
สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดและความคาดหวังสูงของสโมสรดังแห่งลอนดอนเหนือในช่วงเวลาที่ทีมต้องเผชิญทั้งการแข่งขันที่เข้มข้นในพรีเมียร์ลีกและคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเสริมทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเสียงสะท้อนจากกัปตันทีมเองออกมาอย่างเปิดเผยกลางสื่อสาธารณะ ซึ่งอาจท้าทายทั้งสภาพจิตใจของนักเตะและแนวทางการจัดการทีมในระยะยาวสำหรับสโมสรแห่งนี้