แมนฯ ซิตี้ ปรับทีมมากเกินเจอห้างยา ไล่บด 2–0 คาบ้าน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น บุกมาพังถึงบ้าน 2–0 ในศึก UEFA Champions League — กลายเป็นความพ่ายแพ้ติดต่อกัน 2 นัด และเป็นการแพ้ในแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกของซีซั่น
สรุปเหตุการณ์ในเกม
-
แมนฯ ซิตี้ เสียโอกาสขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม นาที 5 จากจังหวะที่ออสการ์ บ๊อบบ์ จ่ายให้ นาธาน อาเก้ ยิงในกรอบโทษ — แต่บอลถูกเซฟไว้โดย มาร์ค เฟล็คเค่น นายประตูเลเวอร์คูเซ่น
-
นาที 23 เลเวอร์คูเซ่นได้ประตูขึ้นนำ 1–0 จากบอลเปิดของ มาลิค ทิลล์แมน แล้ว อเล็กซ์ กรีมัลโด้ วิ่งเข้าซัดด้วยซ้ายผ่านมือกองหลังเข้าประตู
-
แมนฯ ซิตี้ พยายามโหมบุกท้ายครึ่งแรก และมีโอกาสจาก นิโก้ กอนซาโล และ ทิจจานี่ ไรน์เดอร์ส แต่ก็ยังยิงไม่ผ่านมือ เฟล็คเค่น
-
ครึ่งหลัง สกอร์ขยับเป็น 2–0 ในนาที 54 เมื่อ อิบราฮิม มาซ่า เปิดบอลให้ พาทริค ชิค โหม่งเช็ดเข้าเสาอย่างสวยงาม
-
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พยายามแก้เกมด้วยการส่งผู้เล่นอย่าง ฟิล โฟเด้น, นิโก้ โอไรลี่ย์ และ เฌเรมี่ โดกู ลงไปเพิ่ม แต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของเลเวอร์คูเซ่นได้ และแม้ส่ง Erling Haaland ลงมาในช่วงท้าย ก็ไม่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้
วิเคราะห์ & ผลกระทบ
-
การที่ซิตี้ปรับทีมมากถึง 10 ตำแหน่ง ส่งผลให้ความสม่ำเสมอของทีมหายไป ทั้งเรื่องจังหวะการเล่น แผงรับ–กลาง–รุกไม่เข้าขา ทำให้โดนเล่นงานจากบอลเร็วของเลเวอร์คูเซ่น
-
แนวรับและระบบกดดันของทีมเยือนใช้ได้ผล ประกอบกับจังหวะจบสกอร์ที่คม ทำให้ได้ 2 ประตูจากโอกาสไม่มากนัก — สะท้อนให้เห็นว่า “เกมใหญ่” คือเรื่องของสมาธิและโอกาสที่ใช้ให้คุ้ม
-
สำหรับซิตี้ การแพ้ในบ้านและแพ้ติดต่อกัน 2 เกมเป็นเรื่องสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันสูง ทุกความผิดพลาดอาจมีผลต่อโอกาสเข้ารอบ