แมนเชสเตอร์ ซิตี้เฉือนชนะเรอัล มาดริด 2–1 ฮาแลนด์ซัดจุดโทษพาทีมคว้าชัยแชมเปี้ยนส์ ลีก

ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 6 ที่สนามเอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เรอัล มาดริดต้องพบกับความผิดหวังในบ้านตัวเอง เมื่อพวกเขาแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2–1 ในเกมที่แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมและเด็ดขาดของทีมเยือน
เกมนี้ “ราชันชุดขาว” ลงสนามโดยไม่มี คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ตัวรุกคนสำคัญที่ไม่ได้ฟิตเต็มร้อยและถูกดร็อปเป็นแค่ตัวสำรอง ทำให้แนวรุกของมาดริดต้องพยายามปรับจังหวะการเล่นกันใหม่ตั้งแต่ต้นเกม ซิตี้เริ่มต้นได้ดีกว่าด้วยการจัดระบบที่แน่นอนและความเร็วในการเข้าทำจังหวะแรกๆ มีโอกาสลุ้นจากการโต้กลับหลายครั้ง
นาทีที่ 28 โรดรีโก้จ่ายให้ วินิซิอุส จูเนียร์หลุดเข้าเขตโทษก่อนยิงเรียดเข้าไป ทำให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1–0 และดูเหมือนจะเป็นโมเมนตัมของทีมเจ้าบ้าน อย่างไรก็ตามความได้ใจของซิตี้เริ่มกลับมาในช่วงกลางครึ่งแรก นาทีที่ 35 “เรือใบสีฟ้า” ตีเสมอเป็น 1–1 จากลูกเตะมุมที่รายาน แชร์กี เปิดเข้ามาให้ นิโก้ โอไรลี่ย์ ซัดจ่อๆ ไม่เหลือ ซึ่งเป็นจังหวะที่แสดงให้เห็นถึงการจัดบอลในพื้นที่สุดท้ายที่เฉียบคมของทีมเยือน
จากนั้นไม่นาน นาทีที่ 40 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเมื่อ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ทำฟาวล์ใส่เออร์ลิง ฮาแลนด์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วเป่าจุดโทษทันที และฮาแลนด์รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ส่งลูกบอลผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้ซิตี้แซงนำ 2–1
ครึ่งหลังทั้งสองฝ่ายยังผลัดกันบุกเพื่อหวังประตูเพิ่มเติม แต่แนวรับทั้งคู่ก็ยังคงเหนียวแน่น และซิตี้มีโอกาสจากการจ่ายบอลเข้าเขตโทษหลายครั้ง ขณะที่พรสวรรค์แนวรุกของมาดริดก็มีจังหวะลุ้นเช่นกัน แต่จบสกอร์ไม่คมพอ
สุดท้ายเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกมาชนะเรอัล มาดริด 2–1 ในเกมที่แสดงให้เห็นว่าความนิ่งในการจบสกอร์และการตัดสินใจภายใต้ความกดดันคือกุญแจสำคัญของชัยชนะในแมตช์ระดับสูงสุดของยุโรปครั้งนี้
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เก็บสามแต้มสำคัญเพิ่มความมั่นใจในการแข่งขันรอบต่อไป ขณะที่เรอัล มาดริดต้องกลับไปทบทวนแท็กติกและความพร้อมนักเตะเพื่อเกมในอนาคตต่อไป