โรเบิร์ตสันโล่ง “หงส์”บุกยัดเยียดความพ่ายแพ้งูใหญ่ เชื่อเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางล่าโควตาชปล.

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายตัวเก่งของลิเวอร์พูล ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกหลังทีมบุกเฉือนชนะ อินเตอร์ มิลาน 1-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส ที่อิตาลี โดยมองว่านี่คือหนึ่งในชัยชนะที่มีความหมายที่สุดของฤดูกาล ทั้งในแง่ความมั่นใจและการลุ้นตั๋วผ่านเข้ารอบอัตโนมัติ
เกมนี้ลิเวอร์พูลต้องมาเยือนถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ทั้งฟอร์มการเล่นก่อนหน้านี้ที่แกว่งไปมา และกระแสดราม่าจากการให้สัมภาษณ์ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองกับสโมสร จนนำไปสู่การตัดสินใจของสตาฟฟ์ที่เลือกดร็อปสตาร์อียิปต์นั่งสำรอง เปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายอื่นแสดงศักยภาพ
รูปเกมตลอด 90 นาทีเต็มถือว่าไม่ง่ายสำหรับลูกทีม “หงส์แดง” ต้องเจอกับอินเตอร์ที่กำลังฟอร์มดีและมั่นใจ เสียงเชียร์เจ้าถิ่นกดดันตั้งแต่นกหวีดแรก ลิเวอร์พูลจึงเน้นความรัดกุมเป็นพิเศษในเกมรับ พยายามคุมจังหวะ ไม่เปิดหน้าแลกแบบผลีผลามเหมือนบางนัดที่ผ่านมา
ช่วงครึ่งแรก ลิเวอร์พูลเคยส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้แล้วจากจังหวะโหม่งของ อิบราฮิม่า โกนาเต้ แต่ความดีใจต้องถูกเบรกเมื่อวีเออาร์เข้ามาตรวจสอบย้อนหลังหลายนาที ก่อนจะชี้ว่าจังหวะก่อนหน้าเกิดแฮนด์บอลของ อูโก้ เอกีตีเก้ ทำให้สกอร์ถูกยกเลิกไปอย่างน่าเสียดาย กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนหลังจบเกม
โรเบิร์ตสันยอมรับว่าจังหวะดังกล่าวสร้างความหงุดหงิดให้ผู้เล่นไม่น้อย เพราะต้องยืนรอการตัดสินนานเกินไปจนทำให้สมาธิหลุด “สำหรับพวกเรา การตรวจสอบเหตุการณ์นั้นใช้เวลายืดเยื้อจริงๆ ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว เรารู้สึกว่าควรยึดการตัดสินใจในสนามเป็นหลักมากกว่า” เขาชี้ให้เห็นถึงความไม่สบายใจต่อขั้นตอนของวีเออาร์ แม้สุดท้ายทีมตัวเองจะเป็นฝั่งได้ผลลัพธ์ที่ดีจากเกมนี้ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังคงเล่นด้วยวินัย เกมรับค่อยๆ แน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังที่ อินเตอร์ พยายามเร่งเกมใส่เพื่อเอาประตูนำให้ได้ แต่แนวรับหงส์แดงช่วยกันปิดช่องได้ดี ทั้งการบีบพื้นที่ริมเส้นและการเก็บบอลกลางอากาศของกองหลังตัวใหญ่ ทำให้เจ้าถิ่นหาจังหวะจบสกอร์จะแจ้งไม่มากนัก
ช่วงท้ายเกมกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อทีมเยือนได้ลูกจุดโทษ และเป็น โดมินิค โซบอสไล ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปอย่างเยือกเย็น ช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงโห่ของกองเชียร์เจ้าบ้าน แม้บางมุมมองจะมองว่าเป็นจุดโทษที่ค่อนข้างเบา แต่ตามกติกาปัจจุบันก็สามารถให้ได้ โรเบิร์ตสันเองก็ยอมรับว่าจังหวะดังกล่าว “ค่อนข้างเบา” แต่ก็เป็นประเภทฟาวล์ที่กรรมการมีสิทธิ์เป่าในทุกพื้นที่ของสนาม
หลังจากได้ประตูนำ ลูกทีมของลิเวอร์พูลช่วยกันประคองเกมอย่างมีระเบียบ พยายามลดความเสี่ยงในการเสียบอลแดนกลาง ไม่เปิดพื้นที่ให้คู่แข่งสวนกลับง่ายๆ จนกระทั่งเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น พร้อมสามคะแนนล้ำค่ากลับบ้าน และคลีนชีตที่ช่วยยกระดับความมั่นใจในเกมรับ
โรเบิร์ตสันเปิดใจหลังจบเกมว่า นักเตะทุกคนรู้สึกชัดเจนว่าทีมต้องการชัยชนะนี้มากเพียงใด เพราะผลงานและฟอร์มการเล่นในช่วงก่อนหน้า “ยังไม่อยู่ในมาตรฐานที่สโมสรต้องการ” ลิเวอร์พูลให้ความสำคัญอย่างมากกับการผ่านเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า ดังนั้นทุกแต้มในรอบลีกเฟสจึงมีความหมาย และชัยชนะนัดนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการลุ้นติดกลุ่มท็อปเพื่อคว้าสิทธิ์เข้ารอบอัตโนมัติ
แบ็กซ้ายชาวสกอตชี้ว่า การเก็บคลีนชีตในค่ำคืนนี้คือหัวใจสำคัญ เพราะการมาเยือนทีมที่กำลังมั่นใจอย่างอินเตอร์ ถ้าพลาดเสียประตูก่อน เกมอาจยากกว่าเดิมหลายเท่า แต่การมีวินัยในเกมรับและการช่วยกันไล่เพรสตั้งแต่แดนบนทำให้แนวรับไม่ต้องเจอสถานการณ์อันตรายแบบตัวต่อตัวบ่อยนัก
ในมุมของสภาพจิตใจ โรเบิร์ตสันมองว่า นัดนี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตการต่อสู้ของทีมได้อย่างดี แม้จะมีประเด็นดราม่านอกสนาม ทั้งเรื่องกระแสวิจารณ์ต่อผลงานและกรณีสัมภาษณ์ของซาลาห์ที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก แต่ผู้เล่นทุกคนยังรวมใจกันโฟกัสกับเกม ทำหน้าที่ของตัวเองในสนามให้ดีที่สุด เขาย้ำว่าภายในทีมยังมีเป้าหมายเดียวกันคือการพาลิเวอร์พูลเดินหน้าลุ้นความสำเร็จในทุกรายการ
ด้านสถานการณ์ในตารางคะแนนรอบลีกเฟส ชัยชนะเกมนี้ทำให้ลิเวอร์พูลขยับไปมี 12 คะแนนจาก 6 นัด รั้งอันดับ 8 ของกลุ่มรวม อยู่ในโซนที่ยังมีโอกาสลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์แบบอัตโนมัติ หากสามารถรักษาความสม่ำเสมอและเก็บแต้มจากโปรแกรมที่เหลือได้อย่างต่อเนื่อง
ชัยชนะเหนืออินเตอร์ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสามคะแนนในแง่ตัวเลข แต่ยังเป็นเหมือนการยืนยันว่าลิเวอร์พูลยังพร้อมต่อสู้บนเวทียุโรป แม้ต้องเผชิญแรงกระเพื่อมทั้งในและนอกสนาม สอดคล้องกับสิ่งที่โรเบิร์ตสันพยายามสื่อว่า เกมนี้คือหนึ่งในชัยชนะที่มีคุณค่าที่สุดของทีมในซีซั่นปัจจุบัน และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาในช่วงสำคัญของฤดูกาลอีกด้วย