โรเมโร่ฮีโร่ทดเจ็บ! ซัดสองตุงพาไก่เดือยทองบุกไล่เจ๊าสาลิกาดุเดือด 2-2 แบ่งแต้มสุดระทึกที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค

คริสเตียน โรเมโร่ ปราการหลังจอมดุของสเปอร์สสวมบทฮีโร่เต็มตัว เหมายิงคนเดียวสองประตู ทั้งลูกโขกระดับกองหน้าและตีลังกาซัดทดเจ็บช่วงวินาทีท้ายเกม ช่วยให้ “ไก่เดือยทอง” บุกไล่ตีเสมอ นิวคาสเซิ่ล 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค แบบสุดมันส์ ชนิดที่แฟนบอลทั้งสนามแทบลุกไม่ขึ้น

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
นิวคาสเซิ่ล 2 – สเปอร์ส 2
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

เปิดเกมมา “สาลิกาดง” ลุยก่อน – ชนเสา, พลาดนำหลายหน
เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น นิวคาสเซิ่ลเปิดฉากได้คึกคักกว่า นาทีที่ 4 ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ เจค็อบ เมอร์ฟี่ ลากบอลทางริมเส้นแล้วเปิดโค้งเข้าเขตโทษให้ นิค โวลเทมาเดอ กองหน้าตัวเป้าขึ้นโหม่งระยะหวังผล แต่บอลโค้งหลุดกรอบไปนิดเดียว

นาที 31 เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้งจากบอลโยนทางฝั่งขวาของ ซานโดร โตนาลี่ เปิดเข้าเขตโทษไปที่เสาไกล มาลิค เจา กระโดดโหม่งชงย้อนกลับเข้าในให้ แดน เบิร์น ขึ้นโหม่งต่อ แต่โดนกองหลังสเปอร์สบดเบียดเสียจังหวะ ทำให้ขึ้นโหม่งไม่โดนบอลอย่างน่าเสียดาย

นิวคาสเซิ่ลยังคงเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง นาที 35 เกือบได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ เมื่อ เมอร์ฟี่ แทงทะลุช่องเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ โชลินตอน สปีดสอดเข้าไปก่อนกดด้วยขวาแบบหักข้อยิงผ่านมือ กิเยร์โม่ วิคาริโอ ไปแล้ว ทว่าบอลพุ่งไปชนเสาไกลดังสนั่นเด้งออกมา ทำเอาแฟนเจ้าถิ่นแทบหัวใจวาย

สเปอร์สสวนกลับมีเสียว – เบิร์กวาลล์ไขว้ยิงหวิดเสียบใต้คาน
แม้จะถูกกดดันหนัก แต่สเปอร์สก็มีทีเด็ดให้เห็น นาทีที่ 37 โมฮัมเหม็ด คูดุส ได้บอลทางขวาก่อนแทงทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ ลูคัส เบิร์กวาลล์ ดาวรุ่งชาวสวีดิชวิ่งสอดเข้ามาแถวจุดโทษ แล้วใช้จังหวะไขว้ยิงเร็วระยะไม่ถึง 10 หลาผ่านตัวประกบไปได้ ทว่าบอลยังเหินข้ามคานไปแบบได้ลุ้นทั้งสนาม

ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังมีจังหวะแทงทะลุช่องและยิงไกลสลับกันไปมา แต่ยังไม่มีฝ่ายใดเฉียบคมพอ ผู้ตัดสินเป่าจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ 0-0 ทิ้งความรู้สึก “เสียดายทุกฝ่าย” เพราะต่างพลาดโอกาสทองกันคนละหลายครั้ง

ครึ่งหลังสาลิกาดันสูง – วิคาริโอโชว์เซฟ, จอห์นสันเคลียร์บนเส้น
เริ่มครึ่งหลัง นิวคาสเซิ่ลยังคงเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ นาทีที่ 48 โชลินตอน หลุดไปทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนเปิดหักเข้าในให้ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ แต่งบอลแล้วหวดด้วยซ้ายเน้นๆ ในเขตโทษ บอลพุ่งแรงและกดต่ำ แต่ วิคาริโอ พุ่งปัดเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 66 เจ้าถิ่นได้ลุ้นแบบน่าได้สุดๆ จากจังหวะเตะมุมฝั่งขวา บอลถูกแนวรับไก่เดือยทองโหม่งเคลียร์ออกมาไม่ขาด กลิ้งมาหน้าเขตโทษ ทิโน่ ลิฟราเมนโต้ วิ่งมาซัดวอลเลย์สวนทันที บอลพุ่งเสียบใต้คาน วิคาริโอเหยียดสุดตัวไปไม่ถึงแล้ว แต่ยังมี เบรนแนน จอห์นสัน ที่ถอยไปยืนคุมเส้น โหม่งเคลียร์ทิ้งออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด ช่วยให้สเปอร์สรอดจากการเสียประตูไปอย่างเหลือเชื่อ

สาลิกาขึ้นนำจากสำรองกีมาไรส์
ความพยายามของนิวคาสเซิ่ลมาประสบผลในนาที 71 (อีก 5 นาทีถัดมาจากจังหวะหวาดเสียว) เมื่อ นิค โวลเทมาเดอ รับบอลในเขตโทษด้านขวา ก่อนใช้ความแข็งแรงบังแนวรับสเปอร์สแล้วม้วนกลับหลังไหลให้ บรูโน่ กีมาไรส์ มิดฟิลด์ตัวเก่งที่เพิ่งลงมาเป็นสำรองในครึ่งหลัง ได้ตั้งเท้าซัดด้วยขวาเต็มข้อจากระยะหน้าเขตโทษ บอลพุ่งโค้งเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม วิคาริโอได้แต่พุ่งเซฟไม่ทัน นิวคาสเซิ่ลออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮสนั่นของแฟนบอลเจ้าถิ่น

โรเมโร่โขกตีเสมอ – ปลุกไก่ให้กลับมาสู้
ถูกนำอยู่ สเปอร์สต้องเร่งเครื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เกมรุกเริ่มดันสูงและกล้าเสี่ยงมากขึ้น จนกระทั่งนาที 79 “ไก่เดือยทอง” ก็ตามตีเสมอ 1-1 สำเร็จ

จังหวะนี้ โมฮัมเหม็ด คูดุส ได้บอลทางกราบขวา ก่อนเงยหน้ามองแล้วเปิดครอสโค้งเข้าไปในเขตโทษ บอลพุ่งมาที่ระหว่างจุดโทษกับเสาแรก คริสเตียน โรเมโร่ ที่เติมสูงขึ้นมาร่วมลุ้นในจังหวะเซตพีซ สลัดหนีตัวประกบอย่าง แดน เบิร์น ก่อนพุ่งตัวโฉบโหม่งเต็มศีรษะ ลูกพุ่งเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด กลายเป็นประตูตีเสมอให้สเปอร์ส และเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมทันที

ดราม่าช่วงท้าย – จุดโทษกอร์ดอนพาสาลิกานำอีกครั้ง
เกมยังไม่จบและยังไม่ยอมกันง่ายๆ นาที 86 นิวคาสเซิ่ลมาได้จุดโทษในจังหวะบอลครอสเข้าเขตโทษ แดน เบิร์น เติมขึ้นมาลุ้นโหม่งแล้วมีการปะทะกับ โรดรีโก้ เบนตานกูร์ ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อในตอนแรก ก่อนจะมีสัญญาณจากห้องวีเออาร์ให้ไปดูจอข้างสนาม

หลังจากชมภาพช้าอยู่พักใหญ่ ผู้ตัดสินตัดสินใจชี้ขาดให้เป็นลูกฟาวล์ของเบนตานกูร์ที่ไปเหนี่ยว เบิร์น ล้มลงในกรอบเขตโทษ และเป่าให้จุดโทษกับเจ้าถิ่น โดย แอนโธนี่ กอร์ดอน รับหน้าที่สังหาร วิ่งเข้าซัดเต็มข้อส่งบอลผ่านมือ วิคาริโอ เข้าไปไม่เหลือ สกอร์ขยับเป็น นิวคาสเซิ่ล นำ 2-1 ก่อนหมดเวลาปกติไม่กี่นาที

ทดเจ็บ 9 นาที – โรเมโร่ตีลังกาซัดฮีโร่ของจริง
ช่วงท้ายเกม สเปอร์สต้องทุ่มทุกอย่างที่มี เกมรุกเดินหน้าบุกใส่แบบไม่มีทางเลือก ผู้ตัดสินให้ทดเวลาบาดเจ็บยาวถึง 9 นาที และในช่วงนาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บนั้นเอง ดราม่าใหญ่ก็ระเบิดขึ้น

จากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย บอลถูกเปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษ แรมส์เดล นายด่านนิวคาสเซิ่ล ออกมาชกบอลทิ้ง แต่กลับไม่ได้ระยะ บอลลอยโด่งย้อนขึ้นสูงกลางเขตโทษ ก่อนตกมาบริเวณที่ คริสเตียน โรเมโร่ยืนรออยู่ ปราการหลังเลือดร้อนตัดสินใจใช้จังหวะเดียวตีลังกายิง บอลโดนบริเวณหน้าแข้งทำให้ไม่ได้แรงมากนัก ทว่าทิศทางสุดคมพุ่งเล็ดลอดผ่านผู้เล่นเจ้าถิ่นหลายคนที่ยืนขวางอยู่ แล้วไหลเข้าเสาไกลต่อหน้าต่อตา แรมส์เดล ที่พุ่งคว้าไม่ทัน

ลูกนี้ทำให้สเปอร์สตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จในช่วงใกล้หมดเวลาแบบเหลือเชื่อ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าจบเกมทันที ท่ามกลางความดีใจสุดขีดของแข้งทีมเยือนและแฟนบอลที่ตามไปเชียร์

ภาพรวมเกมและฮีโร่ของค่ำคืน
– นิวคาสเซิ่ลออกสตาร์ตเกมได้ดีกว่า มีโอกาสชัดเจนหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงชนเสาและจังหวะวอลเลย์ของลิฟราเมนโต้
– สเปอร์สแม้จะโดนบุกใส่ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความไม่ยอมแพ้ เกมสวนกลับและลูกตั้งเตะสร้างปัญหาให้เจ้าถิ่นตลอด
– บรูโน่ กีมาไรส์ ลงมาเป็นสำรองแล้วสร้างความแตกต่างทันทีด้วยประตูสุดสวยจากนอกเขตโทษ
– แอนโธนี่ กอร์ดอน รับบทมือสังหารจุดโทษกดดัน ช่วยให้ทีมเกือบคว้า 3 คะแนนในบ้าน
– แต่ทั้งหมดต้องหลีกทางให้ “คริสเตียน โรเมโร่” ที่วันนี้ไม่ใช่แค่กองหลัง แต่คือคนพาทีมเก็บแต้ม ด้วยสองประตูสำคัญ ทั้งโหม่งตีเสมอและตีลังกายิงทดเจ็บแบบท่ายาก

แม้จบเกมจะเป็นการแบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน แต่รูปเกมที่เข้มข้น โอกาสสลับไปมา และดราม่าช่วงทดเจ็บ ทำให้แมตช์นี้กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนพรีเมียร์ลีกจะจำได้ไปอีกนาน โดยเฉพาะชื่อของ คริสเตียน โรเมโร่ ที่สวมบทฮีโร่ให้สเปอร์สอย่างเต็มภาคภูมิในค่ำคืนนี้