โวลเทมาเดอตื่นเต้นพาสาลิกาบุกถิ่นเก่า เล็งยิงห้างยาลุ้นความสำเร็จชปล.

นิค โวลเทมาเดอ กองหน้าทีมชาติเยอรมนีของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดใจเต็ม ๆ ถึงความรู้สึกก่อนนำทัพ “สาลิกาดง” บุกเยือน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คืนวันพุธนี้ โดยยอมรับว่าการได้กลับมาเล่นในแผ่นดินเกิดตัวเอง ทำให้เขาทั้งตื่นเต้นและมุ่งมั่นเป็นพิเศษ หลังจากเคยฝากผลงานเด่นไว้กับ สตุ๊ตการ์ท จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหน้าร้อนแรงของบุนเดสลีกาเมื่อฤดูกาลก่อน
หัวหอกวัย 23 ปีเพิ่งย้ายจาก สตุ๊ตการ์ท มาร่วมทีม นิวคาสเซิ่ล ในช่วงซัมเมอร์ หลังฤดูกาลที่แล้วซัดไป 17 ประตู พร้อมช่วยต้นสังกัดเดิมคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ส่งท้ายชีวิตค้าแข้งในเมืองเบียร์อย่างสวยงาม การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเยือนถิ่นเก่าในฐานะคู่แข่งบนเวทียุโรป แต่ยังเป็นเหมือนบทใหม่ของเส้นทางลูกหนังที่เขาต้องการพิสูจน์ว่าก้าวยกระดับตัวเองได้สำเร็จ
โวลเทมาเดอ เปิดใจกับสื่อเมืองเบียร์ว่า แม้ตอนนี้เขาจะปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ในอังกฤษและรู้สึกอบอุ่นที่นิวคาสเซิ่ล แต่ลึก ๆ แล้ว การได้กลับมาลงเล่นในประเทศตัวเองก็ยังมีความหมายพิเศษเสมอ
“ผมตื่นเต้นมากที่ได้กลับมายังเยอรมนี ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านที่นิวคาสเซิ่ลก็จริง แต่ถ้าพูดตามตรง การได้กลับมาประเทศของตัวเองมันเป็นเรื่องดีจริง ๆ” กองหน้ารายนี้ยอมรับ พร้อมบอกว่าบรรยากาศและความทรงจำที่เคยมีในบุนเดสลีกายังชัดเจนในหัวเสมอ
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาโฟกัสเกมนี้เป็นพิเศษ คืออดีตการเผชิญหน้ากับ เลเวอร์คูเซ่น สมัยเล่นให้ทีมเก่า ซึ่งไม่ได้ลงเอยสวยงามนัก ทั้งในแง่ผลการแข่งขันและฟอร์มส่วนตัว ทำให้ดาวยิงสาลิกามองเกมเยือนครั้งนี้เหมือนโอกาสล้างตาและเขียนเรื่องราวบทใหม่ในสนามเดิม
“ผมเคยลงเล่นที่นี่กับทีมเก่า และมันจบแบบไม่ค่อยดีนัก ผมจึงตื่นเต้นที่จะพยายามคว้าชัยชนะในวันพรุ่งนี้ และอยากมีความรู้สึกที่ดีเวลากลับมาที่สนามแห่งนี้” เขาเสริมด้วยความมุ่งมั่น
อย่างไรก็ตาม โวลเทมาเดอรู้ดีว่างานของ นิวคาสเซิ่ล ไม่ได้ง่ายเลย เพราะ เลเวอร์คูเซ่น ยุคใหม่ภายใต้การคุมทัพของ คาสเปอร์ ฮูลมันด์ กำลังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทีมที่อันตรายสุดของยุโรป หลังเพิ่งโชว์ฟอร์มสุดโหดบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง เอติฮัด สเตเดี้ยม 2-0 ในเกมล่าสุดของรายการเดียวกัน
เจ้าตัวให้เครดิตคู่แข่งแบบไม่มีกั๊ก ยอมรับว่าทีม “ห้างขายยา” พัฒนาขึ้นอย่างมากในช่วงสองปีหลัง ทั้งด้านคุณภาพของขุมกำลังและแนวทางการเล่นที่เน้นเกมรุกดุดัน ครองบอลได้ดี และไล่เพรสซิ่งสูงจนคู่แข่งตั้งตัวลำบาก
“มันจะเป็นเกมที่ยากมาก พวกเขาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในช่วงซัมเมอร์ มีนักเตะใหม่คุณภาพดีเข้ามาหลายคน สองปีที่ผ่านมา เลเวอร์คูเซ่นเล่นฟุตบอลได้ดีมาก ตอนผมเผชิญหน้าพวกเขากับ เบรเมน ผมแทบไม่ได้สัมผัสบอลเลยด้วยซ้ำ” โวลเทมาเดอเล่าประสบการณ์ตรง
เขายังพูดถึงจุดแข็งของ เลเวอร์คูเซ่น ชุดปัจจุบันว่าแม้จะมีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมและเสริมผู้เล่นหลายตำแหน่ง แต่สไตล์การเล่นที่มุ่งเน้นบอลบนพื้นและการเข้าทำที่รวดเร็วก็ยังชัดเจนเหมือนเดิม แถมนักเตะหลายคนในทีมยังรักษามาตรฐานสูงไว้อย่างต่อเนื่อง
“ผมรู้ว่าพวกเขาต้องการเล่นฟุตบอลจริง ๆ คุณเห็นแล้วจากเกมที่ชนะ แมนฯ ซิตี้ พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีมาก แต่ในฐานะผู้เล่นนิวคาสเซิ่ล เราก็ต้องการมาที่นี่เพื่อชนะเท่านั้น”
ในมุมของการพัฒนาตัวเอง โวลเทมาเดอเชื่อว่าการย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกคือก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับเกมของเขาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องสภาพร่างกาย ความแข็งแกร่งในการปะทะ และการวิ่งไม่มีหมด ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเอาตัวรอดในลีกที่เข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เขายอมรับว่าช่วงแรกการปรับตัวไม่ง่าย แต่การทำงานใกล้ชิดกับ เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมสาลิกา ทำให้เข้าใจความต้องการของพรีเมียร์ลีกมากขึ้น และรู้ว่าต้องยกระดับจุดไหนของตัวเองบ้าง
“ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นมาก การย้ายมาอีกประเทศเป็นก้าวใหญ่ในชีวิต แต่กลับกลายเป็นเรื่องดีสำหรับผม สภาพร่างกายของผมดีขึ้น ผมวิ่งได้เร็วขึ้น ดวลตัวต่อตัวได้หนักกว่าเดิม สิ่งสำคัญของพรีเมียร์ลีกคือคุณต้องเข้าใจเรื่องพวกนี้ และเจ้านาย (เอ็ดดี้ ฮาว) ก็ทำงานกับผมอย่างหนักในทุกวัน”
สำหรับ นิวคาสเซิ่ล เกมเยือน เลเวอร์คูเซ่น จึงไม่ใช่แค่แมตช์สำคัญในผลการแข่งขันของกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีให้ โวลเทมาเดอ ได้พิสูจน์ตัวเองในบ้านเกิดอีกครั้ง ทั้งในฐานะกองหน้าระดับทีมชาติ และจิ๊กซอว์สำคัญในโปรเจ็กต์ระยะยาวของสโมสรจากอังกฤษเหนือ
หากเขาสามารถพาทีมบุกคว้าชัยหรืออย่างน้อยโชว์ฟอร์มโดดเด่นในค่ำคืนนี้ได้ ก็อาจกลายเป็นอีกก้าวที่ตอกย้ำว่า การเลือกออกจากคอมฟอร์ตโซนในบุนเดสลีกา เพื่อท้าทายตัวเองในพรีเมียร์ลีก คือการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างแท้จริงของ นิค โวลเทมาเดอ