ไก่เดือยทองคมกริบ! สเปอร์สได้สองจุดโทษ เปิดรังถล่มสลาเวีย ปราก 3-0 ศึกชปล.รอบลีกเฟส

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เดินหน้าตอกย้ำฟอร์มร้อนแรงในเวทียุโรป เปิดท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม เอาชนะ สลาเวีย ปราก ไปแบบไม่เสียประตู 3-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส จากประตูนำช่วงครึ่งแรกที่คู่แข่งทำเข้าประตูตัวเอง และอีกสองสกอร์ในครึ่งหลังที่มาจากจุดโทษ ช่วยให้ “ไก่เดือยทอง” เก็บเพิ่มเป็น 11 คะแนนจาก 6 นัด รักษาโอกาสลุ้นเข้ารอบต่อไปอย่างแข็งแกร่ง

เริ่มเกมได้เพียงไม่กี่อึดใจ สเปอร์สเกือบออกนำอย่างรวดเร็ว วิลสัน โอโดแบร์ ใช้ความคล่องตัวลากบอลเจาะแนวรับทีมเยือน ก่อนจ่ายเข้าเขตโทษให้ ริชาร์ลิซอน ได้กดด้วยขวาเน้น ๆ แต่ ยินดริช สตาเน็ค ผู้รักษาประตูของสลาเวีย ปราก ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดเอาไว้ได้ สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลทั้งสนามที่ลุ้นเฮกันเต็มที่

สเปอร์สยังไม่ผ่อนเกมบุก นาทีที่ 11 คริสเตียน โรเมโร่ แนวรับจอมบู๊ เติมเกมขึ้นมาหน้าเขตโทษก่อนแทงทะลุช่องให้ โมฮัมเหม็ด คูดุส หลุดไปกดมุมแคบทางขวา บอลพุ่งแรงมุ่งสู่เสาแรก ทว่า สตาเน็ค ยังยืนตำแหน่งดีและปัดทิ้งไปได้อีกครั้ง ทำให้เจ้าถิ่นชวดประตูขึ้นนำแบบน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามความดุดันในเกมรุกของไก่เดือยทองเริ่มกดดันแนวรับทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง

เกมผ่านไปราว 15 นาที มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน ปราการหลังตัวสำคัญของสเปอร์ส เจอปัญหาเมื่อโดนใบเหลืองจากจังหวะทำฟาวล์ใส่ผู้เล่นสลาเวีย ปราก ซึ่งเป็นใบเหลืองสะสมครบโควตา ส่งผลให้เขาจะหมดสิทธิ์ลงสนามในเกมถัดไปที่จะต้องดวลกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถือเป็นข่าวร้ายเล็ก ๆ ในค่ำคืนที่ทีมกำลังทำผลงานดี

ความพยายามของเจ้าถิ่นมาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 26 จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งซ้าย เปโดร ปอร์โร่ เปิดบอลโค้งเข้าเขตโทษให้ คริสเตียน โรเมโร่ ทะยานขึ้นโหม่งจังหวะแรก บอลเหมือนจะหลุดกรอบ แต่ไปโดนศีรษะของ เดวิด ซิม่า กองหลังสลาเวีย ปราก เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง กลายเป็นสกอร์ให้สเปอร์สออกนำ 1-0 ท่ามกลางเสียงเฮลั่นสนามจากแฟนบอลเจ้าบ้าน

สลาเวีย ปราก พยายามตอบโต้ และเกือบตีเสมอได้ในนาทีที่ 32 ยุสซูฟา ซานยัง ได้จังหวะว่างบริเวณเส้นเขตโทษก่อนซัดเต็มข้อ บอลพุ่งแรงและทิศทางดี แต่ กูเยลโม่ วิคาริโอ นายด่านสเปอร์สอ่านเกมขาด พุ่งเซฟไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้จบครึ่งแรกเป็นเจ้าถิ่นที่ออกนำอยู่ 1-0

ครึ่งหลัง สเปอร์สยังคงเล่นในสไตล์เพรสซิ่งเร็วและดันเกมสูง นาทีที่ 50 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม เมื่อ ยุสซูฟา ซานยัง ไปเสียบฟาวล์จากด้านหลังใส่ เปโดร ปอร์โร่ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที ท่ามกลางการประท้วงเล็กน้อยจากผู้เล่นทีมเยือน แต่คำตัดสินไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนที่แข้งเจ้าถิ่นจะรับหน้าที่สังหารไม่พลาด ช่วยให้ไก่เดือยทองขยับสกอร์นำเป็น 2-0 และเล่นง่ายขึ้นอีกมาก

ไม่ถึงสองนาทีต่อมา สเปอร์สเกือบฝังเกมตั้งแต่หัววัน วิลสัน โอโดแบร์ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ สตาเน็ค ในเขตโทษ ก่อนเลือกยิงเน้น ๆ ด้วยขวา แต่ผู้รักษาประตูสลาเวีย ปราก ยังแสดงให้เห็นถึงความเหนียวหนึบ ปัดปลายนิ้วออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม ถัดจากนั้นในนาที 63 เจ้าถิ่นยังได้ลุ้นอีกชุดเมื่อ มาตีส แตล ได้กดด้วยขวาในเขตโทษติดเซฟ จังหวะต่อเนื่อง ป๊าป ซาร์ ซ้ำจ่อ ๆ แต่ สตาเน็ค ยังปฏิกิริยาไว ผวาเซฟได้อีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นคนเดียวที่ยื้อต้นสังกัดไม่ให้โดนยิงยับ

อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นของสเปอร์สก็ได้ผลในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 79 เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษลูกที่สองของเกม เมื่อ อีโกห์ อ็อกโบ ทำฟาวล์รุนแรงใส่ ซาฟี่ ซีมอนส์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกโทษแบบไม่ลังเล คราวนี้ ซีมอนส์ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารด้วยตัวเอง ก่อนซัดผ่านมือ สตาเน็ค เข้าไปอย่างเยือกเย็น ส่งสกอร์ขาดเป็น 3-0 และแทบจะการันตีสามคะแนนในบ้านแบบไร้ข้อกังขา

ช่วงเวลาที่เหลือ สเปอร์สผ่อนเกมลงเน้นการครองบอลและเปลี่ยนผู้เล่นสำรองลงมาสร้างความสด ขณะที่สลาเวีย ปราก พยายามหาประตูตีไข่แตกแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับที่ยืนกันอย่างมีระเบียบของเจ้าถิ่นได้ จบ 90 นาทีเต็ม สเปอร์สเปิดรังเอาชนะสลาเวีย ปราก 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 11 คะแนนจาก 6 นัดในรอบลีกเฟสของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพิ่มความมั่นใจและกดดันคู่แข่งร่วมกลุ่มไปพร้อมกัน โดยเฉพาะก่อนเกมสำคัญนัดต่อไปที่จะต้องพบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งแมตช์ชี้ชะตาเส้นทางยุโรปของ “ไก่เดือยทอง” ในฤดูกาลนี้